[YBGD-One Shot] ......In the GYM…..
posted on 25 Mar 2011 11:56 by mini-gibbon in ONE-SHOT
Author: εїзYBGD Endless storyεїз™
Genre: YAOI Romance
Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]
Song : Stop the time - Davinci
Notes: Thank for all comment na ka!! ^^
ในยิมของค่าย YG เสียงรองเท้ากระทบลู่วิ่งยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ร่างสันทัดของยองเบค่อยๆ ทำตามสเต็ปการออกกำลังกายของตัวเองช้าๆ หูทั้สองข้างอุดไว้ด้วยหูฟังตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก ไม่ไกลกันนัก แดซองวิ่งไปตามลู่วิ่งช้าๆ พลางดูรายการต่างจากหน้าจอทีวีไปด้วยเช่นกัน ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรกันมากนัก ปล่อยตัวเองให้ผ่อนคลายไปกับการออกกำลังกาย ทุกอย่างดูสงบ ผ่อนคลาย จวบจนกระทั่ง ร่างเพรียวเดินมาหยุดตรงหน้าและดึงหูฟังทั้งสองข้างของยองเบออก
"ยองเบอ่า~~ " เสียงอ่อนทอดยาวอย่างออดอ้อนทำให้ยองเบรู้ชะตากรรมตัวเองลางๆ แต่ถึงกระนั้นยองเบก็ยังคงยิ้มแล้วหันไปหาน้องชายอีกคนในห้อง
"แดซอง...ช่วยลงไปซื้อน้ำให้พี่หน่อยได้ไม๊?" เจ้าของชื่อพอเห็นหงิกๆ ของพี่ชายอีกคนที่ยืนข้างลู่วิ่งก็พอเข้าใจ จึงพยักหน้ารับง่ายดาย
"ได้ฮะพี่ เดี๋ยวผมมา"
พอปราศจากบุคคลที่สาม ยองเบจึงค่อยลงมาจากลู่วิ่งจูงมือ "เพื่อนรัก" มานั่งตรงเบาะฝึกใกล้ๆ พลางเอ่ยถาม
"เป็นอะไร หรอ ใครทำอะไรให้" จียงพองลมจนแก้มป่องเอ่ยอย่างขัดใจ
"ยองเบอ่า~~ นายจำคนนั้นที่ชั้นเล่าให้ฟังบ่อยๆ ได้ไหม?" ยองเบไม่คิดสักนิดเอ่ยตอบกลับไป
"คนที่นายแอบชอบน่ะหรอ?"
"อืม จำได้ป่ะ?"
"จำได้สิ "
ดวงตาเรียวรีฉายแววเจ็บปวดเพียงครู่ ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว มีสิ่งใดบ้างที่จียงเอ่ยแล้วยองเบไม่จดจำ...ไม่มีสิ่งใดของจียงที่ยองเบจะกล้าลืม แม้อยากลืมแค่ไหน สุดท้ายยองเบก็ต้องกลับมาพบว่า ตัวเองจดจำมันจนขึ้นใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล้กน้อยเพียงใดก็ตาม มือหนาลุบหัวสีทองของ "เพื่อนรัก" แผ่วเบาแม้ว่าในหัวใจจะหนักอึ้ง ราวกับตกไปหลุมลึกที่มองไม่เห็นจุดจบ
"..แล้ว...วันนี้คนนั้นเค้าทำอะไรให้นายขัดใจหรอ?" ริมฝีปากยิ่งยื่นอย่างขัดใจ
"ก็เนี่ย! วันนี้มีคนมาบอกชอบเค้า แล้วเค้าก็ทำท่าระริกระรรี้ดีใจใหญ่เลย ชั้นอ่ะโครตตตหมั่นไส้เลย" เสียงฟ้องดังเจื้อยแจ้ว ยองเบได้แต่ยิ้มและหัวเราะกับท่าทางคนฟ้อง
"แล้วนายจะไปหมั่นไส้เค้าทำไมอ่ะ มีคนชอบคนเราก็ต้องดีใจสิ ดูอย่างชั้น ที่เค้าบอกว่าไอยูเลือกชั้นเป็นผู้ชายในอุดมคติชั้นยังดีใจเลย" จียงตาขวาง หันไปค้อนก่อนจะเอ่ย
"ก็ชั้นไม่ชอบหนิหว่า ไม่ชอบให้เค้าสนใจคนอื่นนอกจากชั้นหนิ!" ยองเบหัวเราะเบาๆ
"แล้วนายจะห้ามได้ยังไงล่ะ ก็นายไม่เคยบอกค้านี่นาว่าชอบ ถ้านายไปบอกว่าชอบเค้าอาจจะดีใจมากกว่าที่คนนั้นบอกก็ได้"
"นายคิดว่างั้นหรอ?"
"อืม..."
ยองเบพยักหน้ายืนยันคำพูดตัวเอง จียงยิ้มกว้างดวงตาสีสวยฉายแววดีใจ หากแต่ก็ถอนหายใจหนักๆ เลื่อนตัวให้หลังตัวเองพิงกับหลังยองเบ เอนตัวให้หัวไปตกตรงไหล่ยองเบได้พอดี ก่อนหลับตาลง
".....แต่....ฉันกลัวน่ะยองเบ...ฉันไม่กล้า" มือหนาเลื่อนขึ้นมาลุบหัวทุยบนไหล่ตัวเองอีกครั้งพลางหัวเราะเบาๆ
"กลัวอะไร?....นายน่ะ จีดราก้อนหัวหน้าบิ๊กแบงเชียวนะ..ใครจะกล้าปฏิเสธนาย" จียงหัวเราะกับคำหยอกเย้านั้นก่อนจะเอ่ยเบาๆ พอให้คนเป็นที่พิงให้ได้ยิน
"..ก็นะ....บางทีชั้นก็อยากให้เค้ามองตอนที่ฉันเป็น...ควอนจียง...แค่ควอนจียงน่ะยองเบ...."

"ฮยอง..." คำพุดที่เหลือถูกกลืนหาย เมื่อแดซองมองเห็นพี่ชายตัวล่ำยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก บุ้ยใบ้ให้ดูว่าหัวหน้าวงคนเก่งให้หลังของเพื่อนรักเป็นที่นอนชั่วคราวไปแล้ว แดซองส่งยิ้มไปให้ก่อนจะก้าวเบาๆ ไปวางกระป๋องน้ำดื่มใกล้ๆ แล้วถอยออกมา ไม่ลืมไปขอกระดาษกับปากกาจากเทรนเนอร์ฮวาง มาเขียนป้าย 'ห้ามรบกวน' ติดไว้หน้าห้องให้พี่ชายทั้งสองคน
ยองเบพยายามหันไปมองคนที่เป็นเพื่อนรัก ก่อนส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างอ่อนใจ คงสะสมความเหนื่อยจากงานมาเยอะ แล้วยังคิดอะไรไร้สาระให้ตัวเองเครียดอีก เลยหลับเป็นตายขนาดที่แดซองเดินทำเสียงดังเข้ามาใกล้ยังไม่รู้สึกตัวเลย..มือหนาค่อยๆ ประคองศรีษะทุยออกจากบ่าให้เบาที่สุด และวางลงที่ตักของตัวเอง..คนหลับขยับตัวจนได้ท่าทางที่สบายแล้วหลับไปอีกครั้ง ยองเบอมยิ้มน้อยๆ กับความน่ารักที่ไม่ค่อยมีให้ใครได้เห็นบ่อยนักของคนตรงหน้า พลางยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ลงมาปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ ....เรียวปากที่ปิดสนิทของคนนอนหลับแย้มยิ้มออกมาเหมือนถูกใจ มือหนาลูบที่ผมกลุ่มนุ่มอีกครั้ง ก่อนกระซิบเบาเบา
"......ต่อให้คนทั้งโลกปฏิเสธ....แต่ควอนจียงยังมีทงยองเบเสมอนะ....ก็ GDYB never ending story อยู่แล้ว ใช่ไหม?...."
ไม่นานนักคนที่นั่งอยู่ก็อ้าปากหาวออกมา ความง่วงเริ่มจู่โจมเช่นกัน ยองเบจึงปิดเปลือกตาลงบ้างเมื่อรู้สึกฝืนสายตาต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว..

คนที่ตื่นก่อนอดยิ้มไม่ได้กับภาพตรงหน้า ร่างเรียวค่อยๆ พลิกตัวให้สามารถมองหน้าคนหลับได้ชัดขึ้น ดวงตาเรียวรียิ้มได้ของยองเบปิดลง ขนตาสั้นๆ ทาบลงบนผิวแก้มสากหากขาวจัด ริมฝีปากอิ่มแดงเรื่อผ่อนลมหายใจออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ จียงยิ้มกับภาพที่ได้เห็น ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ คนคนนี้ก็สามารถทำให้เขายิ้มได้ง่ายๆ เสมอ เพียงได้เฝ้ามองตอนหลับแบบนี้ก็ดูราวจะสร้างความสุขให้เขาได้ไม่สิ้นสุด
ดวงตาเรียวสวยมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนสีไปเสียแล้ว จึงยันกายขึ้น มือเรียวเขย่าร่างของอีกคนเบา ๆ เพื่อปลุกให้ตื่น จียงไม่รู้ตัวสักนิดว่าจะเผลอหลับไปนานได้เพียงนี้ อีกทั้งรู้สึกว่าตัวเองฝันดีอีกต่างหาก
"ยองเบ~~ ยองเบอา~ " ร่างผอมออกแรงมากขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังนิ่งไม่ไหวติง ครู่หนึ่งคนที่หลับลึกอยู่นั้นก็ลืมตามาด้วยอาการงัวเงียเต็มที่แต่ในสายตาคนมองกลับดูน่ามองสำหรับเขามากกว่าใคร
"อืม...ตื่นแล้วหรอ...หิวรึยัง จียง" มือหนาขยี้ตาไปมาด้วยยังตื่นไม่เต็มตานัก หากคำถามที่ถามมาก็ทำให้คนฟังยิ้มได้
"...ยังไม่หิวเท่าหรอก...ขอโทษนะยองเบที่มานอนตรงนี้ทำให้นายลำบาก"
"...อย่าคิดมากเลยน่า ชั้นเองก็นอนด้วยเหมือนกันนี่ไง.." ใบหน้าคมคายคลี่ยิ้มอ่อนโยน มือหนาแตะแก้มนุ่มอย่างเผลอตัว ก่อนจะดึงมือตนเองกลับมาพร้อมกับลุกขึ้นบิดไล่ความเมื่อยขบไปมา และยื่นมือไปฉุดคนที่ยังนั่งที่พื้นขึ้นมา
"งั้นเรากลับไปอาบน้ำที่หอก่นค่อยออกไปหาอะไรกินกันเถอะ"
"อื้ม!!"
จียงคลี่ยิ้มก่อนจะวางมือลงไปบนฝ่ามือหนาที่รออยู่ อุ้งมือนั้นบีบกระชับถ่ายเทความอบอุ่นไม่จางหายไป.....

แขนผอมพาดไปบนพนักโซฟาโดยมีปลายคางมนวางไว้บนนั้นอีกที ดวงตาเรียวมองแผ่นหลังกว้างของบางคนซึ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มไอดอลรุ่นน้องที่เข้ามาทักทาย"พี่แทยัง" รอยยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดีของใครคนนั้นยังคงติดบนใบหน้า โดยไม่เคยรู้ว่ามีใครบางคนมองดูด้วยสายตาแบบไหน
พื้นที่ของโซฟายวบลงตามน้ำหนักของผู้มาใหม่ เสียงทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์เอ่ยเบาๆ พอให้คนที่ยังทอดสายตามมองเพื่อนรักตัวเองได้ยิน
"ชอบก้บอกไปดิ๊!" ดวงตาเรียวหันมาตวัดใส่
"รู้หรอกน่า!" เจ้าของเสียงทุ้มหัวเราะเบาๆ
"ควอนจียง ป๊อดหรอ?"
"ใครมันจะเนียนออกสื่อเหมือนที่พี่ทำเล่า!!"
"ไม่ได้เนียนซะหน่อยแค่ทำตามหัวใจเรียกร้อง~~"
"ถ้าพี่จะมากวนประสาทผม พี่ทำสำเร็จแล้ว พอใจรึยัง?"
ร่างผอมตวัดสายตากลับไปไม่ต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก หากพี่ใหญ่ของวงยังคงหัวเราะเบาๆ ถามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน แต่แฝงด้วยความปลอบประโลมมากขึ้น มือใหญ่ลูบลงไปบนผมสีทองนั้นเบาๆ
"กลัวอะไรหรอจียง?...มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวซักหน่อย" เจ้าของชื่อทอดถอนหายใจ
"10ปีแล้วนะพี่...เรามีกันและกันมา10ปีแล้ว...."
"แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะจียง....ในเมื่อต่อจาก10ปีนี้ นายก็ยังอยู่ด้วยกัน?"
"พี่ไม่เข้าใจ...ผมไม่อยากให้เวลาที่เหลือของเรา จะมีช่องว่าง...ช่องว่างที่ทำให้...เรา...ไม่เหมือนเดิม."
เชวซึงฮยอนมองเสี้ยวหน้าคนด้านข้างก่อนจะอมยิ้มบางเบา แอบคิดในใจว่าบางเรื่องควอนจียงก็ฉลาดเวอร์ แต่บางเรื่องก็บื้อซะ! เขาเองยังยอมรับเลยว่านอกจากเรื่องดนตรีแล้วเค้าค่อนข้างช้ากับเรื่องอื่นๆ ไม่เหมือนจียงที่ดูจะเข้าใจไปซะทุกเรื่อง ฉลาดเป็นกรด แต่พอเป็นเรื่องหัวใจ เขากลับจัดการได้ง่าย...เข้าใจตัวเองได้ไวกว่าหัวหน้าวงคนนี้นัก...
"จียง....บางทีนะ...บางที...ช่องว่างที่นายว่ามันอาจจะไม่มีมาแล้วตั้งแต่ต้นก็ได้...." ควอนจียงเหลือบตามองด้วยความสงสัย หากพี่ใหญ่เพียงยกยิ้มแล้วเอ่ยบางคำให้อีกคนได้ใช้เวลาทบทวน
"....สายตาของคนเป็นเพื่อนน่ะ....ไม่ใช่แบบที่นายสองคนใช้มองกันและกันหรอกนะ..."

เสียงรองเท้ากระทบลู่วิ่งยังคงดังเป็นจังหวะต่อเนื่องเหมือนเช่นทุกครั้ง ร่างสันทัดของยองเบยังคงทำตามสเต็ปออกกำลังกายของตัวเองเหมือนทุกวัน หูสองข้างยังอุดไว้ด้วยเสียงเพลงจากไอพอดคู่ใจ ตัดตัวเองออกจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์ จวบจนกระทั่งน้องชายที่มาออกกำลังกายบ่อยๆ เดินมาบอกลา
"ฮยอง...ผมไปก่อนนะ" ยองเบพยักหน้ารับพร้อมยิ้มให้
"อืม เดี๋ยวเจอกันที่ห้อง"
"ฮะ"
ยองเบกลับมาอยู่ในโลกของตัวเองอีกครั้งหากก็ไม่นาน เมื่อร่างเพรียวที่คุ้นเคยมาเกาะข้างลู่วิ่ง ช้อนสายตามองด้วยแววตาอ้อนๆ เหมือนลูกแมวตัวน้อย
"ยองเบอ่า~~ "
เสียงอ่อนทอดยาว อย่างที่ยองเบไม่จำเป็นต้องเดาก็รู้ชะตากรรมตัวเอง มือหนาถอดหูฟังออกจากหู คลี่ยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนค่อยๆ ลดจังหวะการวิ่งลงเพื่อให้เวลากับคนตรงหน้า ... ก็ยองเบรู้ดีว่าคนคนนี้ไม่ชอบให้ยองเบสนใจใคร หรืออะไรมากกว่าตัวเองยามที่อยู่ด้วยกัน
"...ว่าไง..."
"ยองเบอ่า~~ นายจำคนนั้นที่ชั้นเล่าให้ฟังบ่อยๆ ได้ไหม?" ยองเบยกยิ้มน้อยๆ
"คนที่นายแอบชอบน่ะหรอ?"
"อืม จำได้ป่ะ?"
"จำได้สิ "
ยองเบหัวเราะกับตัวเองในใจระหว่างที่พาเพื่อนรักไปนั่งตรงที่ประจำ....ก็บอกแล้ว ไม่ต้องเดาให้วุ่นวาย ยองเบก็รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นอะไร บทสนทนาคุ้นเคยแบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาคิดด้วยซ้ำเมื่อตอบกลับไป
"แล้ววันนี้เขาทำอะไรให้นายอีกหรอ? หืมม"
น้ำเสียงนุ่มนวลปลอบประโลมเหมือนเช่นเคย จียงค่อยๆ ซึมซับความรู้สึกเหล่านั้นไว้ภายใน ร่างผอมหันมานั่งขัดสมาธิเข้าหา มือเรียวกุมมือใหญ่ไว้แน่น ดวงตาเรียวสวยมีแววตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
"ยองเบ ชั้นว่าชั้นจะสารภาพรักแล้วหล่ะ!"
หากไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก จียงรับรู้ถึงแรงกระตุกเบาๆ ของมือที่กุมอยู่ ดวงตาเรียวรีคู่นั้นสั่นไหว ก่อนจะจางหายและยิ้มให้เขาอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครั้ง
"..ก็ดีแล้ว...ชั้นจะเอาใจช่วยนะ"
น้ำหนักมือที่แตะสัมผัสบนศรีษะทำให้รู้สึกอุ่นกว่าที่เคย จียงคลี่ยิ้มอ่อนหวาน หมอนี่ลืมไปรึเปล่านะว่าอยู่กับเขามานานเท่าไหร่แล้ว? ลืมไปรึเปล่าว่ารอยยิ้มแบบนี้ ซ่อนอะไรเขาไม่ได้อีกแล้ว...มือเรียวแตะแผ่วเบาไปที่แก้มสาก แค่สัมผัสแผ่วๆ ก็พอจะทำให้คนตรงหน้านิ่งงัน ดวงตาเรียวรีของยองเบปรากฎคำถามและอะไรมากมายในนั้น หากจียงเพียงคลี่ยิ้มอ่อนโยน
"....มีคนบอกฉันไว้ว่า...ความรักก็เหมือนขนตา...."
"....ยังไง..." น้ำเสียงของยองเบสั่นพร่าเมื่อคนตรงหน้าโน้มตัวเข้ามาอีกนิด
"มันใกล้สายตาเกินไป..เราจึงมักจะมองข้ามมันเสมอ....จนกระทั่งมันร่วงหล่นให้เราเจ็บปวด...เราถึงจะนึกได้ว่าเรามี..."
"....แล้ว...."
ยองเบไม่มั่นใจเลยว่าเสียงถามเมื่อครู่เป็นเสียงเขา เมื่อมันช่างแผ่วหวิว ต่างกับเสียงหัวใจที่มันเต้นดังราวกับจะระเบิดออกมา เมื่อร่างเพรียวตรงหน้าโน้มใบหน้าใสเข้ามาใกล้อีกนิด ริมฝีปากบางเฉียบอยู่ใกล้จนยองเบหวั่นใจ
"...แต่วิธีที่ง่ายกว่านั้น...ดีกว่านั้น....."
ลมหายใจยองจียงเป่ารดบนใบหน้าทุกครั้งที่ริมฝีปากนั้นเคลื่อนไหว ยองเบได้แต่จ้องมองมันแบบนั้นเหมือนไม่เคยเห็น เหมือนคนบ้า
"...แค่นายสัมผัส....นายก็รู้แล้วว่ามันมี...."
มือเรียวที่วางอยู่ข้างแก้มไล่ขึ้นมาแตะที่เปลือกตา จนดวงตาเรียวรีนั้นต้องปิดลงให้อีกคนทำตามใจ จียงไล่ปลายนิ้วลงมาที่แพขนตาบนใบหน้ายองเบ ก่อนจะเลื่อนมือออก ชักนำให้มือหนาเลื่อนขึ้นมาแตะต้องที่ใบหน้าตัวเอง กระซิบเบาเบา
"...แค่สัมผัส...ยองเบ.....แค่สัมผัสมัน...."
ยองเบไม่ได้เลื่อนมือไป "สัมผัส" ตามที่จียงชักนำ หากเขาใช้ริมฝีปากตัวเองค่อยๆ แตะสัมผัส เรียนรู้สิ่งที่อีกฝ่ายพร่ำบอก ร่างหนารั้งมืออีกฝ่ายขึ้นจูบไล้นิ้วเรียวทีละนิ้วจนครบ และทาบริมฝีปากบนผิวแก้มนุ่ม ไล้ไปบนผิวหน้าผากเนียน....เลื่อนลงตามกรอบใบหน้าหวาน ก่อนผละไปยังเปลือกตาบางที่ทาบปิดลงสนิท ผิวแก้มนุ่มแดงระเรื่อและกลีบปากเรียวอุ่นที่เผยอรับเต็มใจ
จูบอ่อนโยนทาบลงมอบให้แทนคำปลอบประโลมอ่อนหวาน แตะน้อยๆ ราวหมู่ผีเสื้อทอดกายลงบนกลีบใบของหมู่มวลดอกไม้ที่เต็มไปด้วยหยดน้ำหวาน ก่อนที่จะถอยห่างเล็กน้อย แล้วค่อยกดริมฝีปากลงอีกครั้งให้ชัดเจนถึงความรู้สึกอ่อนหวานดื่มด่ำที่ลึกล้ำในวิญญาณ มือข้างหนึ่งดึงรั้งร่างเพรียวเข้าหา ขณะมืออีกข้างสอดเข้ากระชับท้ายทอยเจ้าของเรือนผมสีทองไว้ให้แนบริมฝีปากได้สนิท จียงวางทาบมือเรียวลงบนบ่ากว้าง แล้วเลื่อนไปโอบกระชับลำคอหนาเมื่อจูบนุ่มนวลเริ่มจะดูดดื่มลึกล้ำขึ้น
“ย...ยองเบ..ระ...รัก...อืม..รัก..น...นาย....อืม.... “ เสียงเครือลอดชิดริมฝีปากบางเป็นระยะตามจังหวะการประกบปิด
ริมฝีปากเนียนบางคลี่ยิ้มอ่อนหวานหลังจากจูบเนิ่นนานได้ผละออกจากกัน ปลายนิ้วยังคงสัมผัสกันและกันอย่างอ่อนหวาน ดวงตาเรียวรีคู่นั้นมีประกายพรายระยับแห่งความยินดียิ่ง ยองเบยิ้มอ่อนโยน ก่อนที่จะก้มลงปัดริมฝีปากลงกับแก้มนิ่มบางๆ ...ซับรอยชื้นจากหยาดเหงื่อบนผิวแก้มนุ่มนิ่มเบาๆ ก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก...มั่นคง
"...ฉันรักนาย....จียง..."
เพียงเท่านั้น...ก็เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าเนียนใสได้ ร่างเพรียวใช้แขนผอมๆ ของตนเองโอบแผ่นหลังกว้างเอาไว้แน่น หลับตาพริ้มซึบซับรอยอบอุ่นจากคนตรงหน้า...
"ฉันก็รักนาย...ยองเบ..."
END..
Writer Talk
กี๊ส หวานเว่อร์ไปแล้วววววววววววววววววววววว
กี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสส
/me เสียสติและกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่ง

อ๋าาาาาา น่ารักมากๆอะ ชอบๆ เหอเหอเหอ แต่ก็เข้าใจมากว่าทำไมถึงไม่กล้าบอก 10 ปี ถ้าเกิดมีช่องว่างขึ้นมาจริงๆ คงน่าเสียใจที่สุด
แต่แบบนี้ชอบมากกว่า ^0^
#1 By catc (125.27.60.146) on 2011-03-25 22:03