[Fic] ......The Fairy tales…..[End]
posted on 27 Oct 2010 05:42 by mini-gibbon in Fic-FairyTalesTitle: [Fic] ......The Fairy tales…..
Author: εїзYBGD Endless storyεїз™
Genre: YAOI Romance
Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]
Song : I`ll Be There - Taeyang
Notes: Thank for all comment na ka!! ^^
หยาดน้ำใสราวกับเพรชเม็ดงามหยดลงมาจากดวงตาสำอำพัน ดวงหน้านั้นแม้มีน้ำตาแต่ทว่ากลีบปากยังคงคลี่ยิ้มงดงาม ปลายนิ้วเรียวไล้แผ่วเบาที่ใบหน้าได้รูปของร่างในอ้อมกอด แสงสว่างเรื่อเรืองยังคงส่งมาจากร่างนั้นไม่จางหาย ริมฝีบางบางเอ่ยเบาเบา
"...ฉันรู้...รู้แล้วยองเบ..."
ปีกบางใสคล้ายปีกแมลงปอตามสายพันธ์ของแฟรรี่ค่อยๆ จางหายก่อนจะแทนที่ด้วยปีกขนาดใหญ่คลี่กว้างบางจนแทบมองทะลุผ่านไปได้เป็นสีขาวเหลือบรุ้งงดงามมีจงอยเล็บอยู่บริเวณปลายยอดด้านบนข้อต่อพับปีก แสงสว่างสีทองยิ่งสว่างจ้ารับกับปีกนั้น ปลายนิ้วเรียวปัดเสยเส้นผมดำสนิทขึ้นเล็กน้อย ปาดเช็ดรอยเลือดออกจากใบหน้าของร่างที่ไม่ได้สติออกแผ่วๆ ร่างระหงโน้มตัวลงใกล้ กระชับฝ่ามืออีกฝ่ายเอาไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย
"...ต้องไม่เป็นอะไรนะยองเบ....ฉันไม่ยอมให้นายเป็นอะไรไปแน่นอน...."
กระแสเสียงหวานดังแผ่วลอยก่อนที่จะแนบริมฝีปากลงนุ่มนวล ถ้าเป็นไปได้เขาปรารถนาจะเรียกชื่อนี้ตลอดไปจนกว่าเสียงของเขาจะแหบแห้งหรือจนกว่าจะไม่มีลมหายใจที่จะเรียกชื่อนี้อีก ริมฝากคลี่ยิ้มอ่อนโยน แนบใบหน้าที่ตำแหน่งหัวใจของร่างที่หลับไหล รับรู้กระแสไหลเวียนอุ่นๆ ภายในร่างกายผ่านทางฝ่ามืออย่างชัดเจน

เป็นครั้งแรกที่ได้มองฝ่ายตรงข้ามเต็มสายตา เซนริลืมเลือนหมดสิ้นว่าหมายจะทำสิ่งใด เมื่อถูกแรงดึงดูดจากบุรุษงามสง่าจ้องสะกดเอาไว้เนิ่นนาน ร่างเล็กได้แต่ยืนนิ่งรอให้ชายหนุ่มขยับมาประชิดกาย แนบฝ่ามืออุ่นจัดกับแก้มนวลเนียน ไล้ไออุ่นที่ยืนยันได้ว่าคนตรงหน้ามีเลือดเนื้อและชีวิต มิใช่วิญญาณหรือภาพลวงตาที่สร้างขึ้นปลอบประโลมความคิดคำนึง สัมผัสอ่อนโยนนั้นบีบเค้นให้หัวใจสองดวงหวิววับเบาโหวง เหมือนหนึ่งว่ากลายเป็นโพรงอากาศที่ลอยคว้างอยู่ภายในอก เสียงทุ้มลึกเอ่ยถามแผ่วเบาเหมือนเช่นเคย แต่บาดลึกลงในความรู้สึกคนฟังยิ่งนัก
“...ข้ารักเจ้าได้แล้วใช่หรือไม่....เจ้าจะไม่ทิ้งให้ข้าต้องรอคอยอีกแล้วใช่ไหม...มิคาเอล”
แฟรรี่น้อยอดีตผู้สร้างทุกสิ่งอับจนคำพูดจะเอื้อนเอ่ยได้ ลำคอตีบตันด้วยความรู้สึกอัดแน่น สองตาเรียวรีคู่สวยซึมซับภาพของอีกฝ่ายให้สะท้อนอยู่ในแก้วตาสีอ่อน ระลอกน้ำที่คลอคลองเป็นประกายวาววับส่งให้วงหน้านั้นดูหวานเศร้าเสียจนร่างสูงแปลบปลาบในอก ลมหายใจเหมือนจะหยุดเมื่อใบหน้างดงามส่ายไปมา
"...ไม่...ไม่ใช่มิคาเอล...ข้าคือเซนริ...และต่อจากนี้ข้าจะเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว!"
ลำแขนแกร่งรวบกระชับร่างเพรียวเข้าแนบกอดรวดเร็ว ริมฝีปากทาบลงข้างผิวแก้มนวล กระซิบเสียงแผ่วชิดริมใบหูของร่างในอ้อมแขน
"..เซ็นริ.... ข้ารักเจ้า"
รับรู้แผ่นหลังที่เอนเข้าซบ ลำแขนเรียวที่วางซ้อนบนท่อนแขนตนซึ่งตวัดโอบโดยรอบและสัมผัสริมฝีปากนุ่มที่ทาบแผ่วเบากับใบหน้าตน ร่างบางโถมกายเข้ากอดรัดเจ้าชายปีศาจแนบแน่น ไหล่บางสั่นระริกด้วยความรู้สึกยากอธิบาย หยดน้ำอุ่นไหลรินร่วงจากสองตาอย่างควบคุมไม่อยู่ ปล่อยให้ริมฝีปากหยักงามจูบซับความตื้นตันที่หน่วยตาเรียวรีทั้งสองข้างแทนสองมือที่เกาะเกี่ยวเจ้าของหัวใจตนไว้ไม่ปล่อยให้ลอยหายไปอีกครั้ง...

ปลายนิ้วแกร่งที่เริ่มขยับ พร้อมกับ เปลือกตากระพริบ ทำให้ร่างเพรียวลุกขึ้นเหยียดตัวตรง จ้องมองปฎิกิริยาของร่างในอ้อมแขน ที่ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งจึงสามารถปรับสายตารับแสงสว่างได้เต็มที่และมองสบเข้ากับใบหน้าเจ้าของเรือนผมสีทองที่คลี่ยิ้มงดงามส่งมาให้ ดวงตาสีอำพันเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา มือหนาสั่นระริกยกขึ้นแตะต้องใบหน้านวล มือเรียวเลื่อนให้ฝ่ามืออบอุ่นวางแนบลงกับแก้มของตัวเอง ก่อนจะทาบทับมือของตัวเองตามลงบนมือใหญ่ ตาเรียวสวยที่ช้อนมองค่อยๆ ปิดลงช้าๆ พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรู ไหล่บางไหวเบาๆ ตามแรงสะอื้นไห้ ริมฝีปากแดงจัดของร่างหนาคลี่ยิ้มอ่อนโยน
"...กลับมาแล้วครับ..."
หยาดน้ำตาที่คลอคลองเมื่อสักครู่รินรดลงมาเป็นสาย ร่างหนายันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งเทียมเท่ากับร่างบอบบาง ปลายนิ้วแกร่งไล่รอยชื้นที่แก้มนวล ก่อนวงแขนกว้างจะตระกองร่างนั้นขึ้นอิงแอบแนบอก สัมผัสที่โหยหาหวนคิดถึง เรียกความตื้นตันให้ท่วมท้นในใจจียง กระตุ้นให้กอดตอบด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี....คนที่ปรากฏกายอยู่ในทุกลมหายใจ ในจิตวิญญาณของเขาเสมอ บัดนี้มีตัวตนอบอุ่นให้สัมผัสแล้ว
"...สัญญากับฉัน ยองเบ สัญญากับฉันเดี๋ยวนี้ว่านายจะไม่ทอดทิ้งฉันไปไหนอีกแล้ว.."
ปลายนิ้วแกร่งประคองสองแก้มที่อาบด้วยรอยน้ำตาไม่ขาดสาย จุมพิตแผ่วเบาที่ปรางใส สัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนทะนุถนอม
"..จียง...นายกอดฉันไว้แน่นขนาดนี้ ฉันจะมีปัญญาหนีไปไหนได้..หืม...คนดี.."
ยองเบรั้งร่างแบบบางเข้ามาตรึงไว้ในอ้อมกอด ริมฝีปากหยักทาบทับลงเคล้าคลอแสนแผ่วเบา กระซิบฝากคำหวานให้แก่กันไม่ว่างเว้น การรอคอยอันแสนยาวนานสิ้นสุดลงแล้ว พันธนาการที่รัดรึงคนทั้งสองไว้ด้วยกัน ปราศจากสิ่งใดมาคลอนแคลนให้สั่นไหวได้อีก
"...ชีวิตฉันเป็นของนาย....จียง.."
"...ไม่ว่าอดีต...ปัจจุบัน...หรืออนาคต...ฉันก็มีชีวิตอยู่เพื่อนายเพียงคนเดียว...ยองเบ..."

แสงจันทร์สว่างดูโดดเด่น เมื่อประดับอยู่บนท้องฟ้าสีรัตติกาล อาบไล้ธรณีทุกหนแห่งที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดให้พ้นจากสีทมิฬอันยาวนาน เสียงแซ่ซ้องโห่ร้องยินดีกับงานเฉลิมฉลองการหลุดพ้นมหาคำสาป ที่สาปมาแต่ผู้สร้างสรรพสิ่งสิ้นลม จ้าวปีศาจผู้เกรียงไกรก้าวลงบนพรมกำมะหยี่สีแดงเข้มด้วยความสง่างาม มือหนาจับจูงที่มือเรียวของคนข้างกายไม่ห่าง ท่ามกลางสายตานับร้อยๆ คู่ที่จ้องมองมาจากลานกว้างที่ใช้จัดงาน
ยองเบจับมือกับจียงไปด้วยกันที่กลางลานกว้างอันเป็นที่ของจ้าวปีศาจในการกล่าวสุนทรพจน์ แม้อีกฝ่ายจะพยายามส่ายหน้าเมื่อคิดว่ามันไม่ควรเท่าไหร่นัก...ถึงแม้ในอดีตพวกเค้าจะเคยเป็นใคร หากแต่ในตอนนี้จียงก้เป็นเพียงแค่แฟรรี่ธรรมดา ควรหรือที่จะก้าวไปยืนที่นั่น? หากมือหนาก็เกาะกุมและดึงรั้งให้มาอยู่เคียงข้างกันจนได้ ก่อนจะประกาศขึ้นด้วยเสียงอันดัง
“....เรื่องที่ข้าจะบอกก็มีเพียง อีกไม่นาน แดนปีศาจก็จะกลับสมบูรณ์อย่างที่ควรเป็น ความร้อนระอุและแห้งจะไม่มีให้ต้องลำบากอีกต่อไป...และอีกเรื่องคือ...ข้า!....ซาทาเรีย โอซากัส ลีอาร์ จ้าวปีศาจคนปัจจุบัน....ขอประกาศใช้ชีวตครองคู่อย่างเป็นทางการ กับ จีดราก้อน แฟรรี่สายเลือดมังกร แห่งป่าภูตพราย!”
เท่านั้นเองเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น พร้อ ๆ กับเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ ดวงตาสีอำพันมองคนประกาศด้วยความตกใจ หากคนอื่น ไม่ว่าจะเป็น TOP เซนริ หรือแม้กระทั่งซานดาราที่ติดตามมาจากป่าภูติพรายก็ไม่มีอาการตกใจราวกับรู้อยู่แล้ว
ยังไม่ทันที่จีดราก้อนจะคิดอะไรมากไปกว่านั้น ทหารสองคนก็ยกเก้าอี้สลักเสลาลวดลายวิจิตรเข้ามา ยองเบยิ้มให้ ก่อนจะจูงมืออีกฝ่ายนั่งให้ลงไป จียงได้แต่ทำตามด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรต่อไป ในเมื่อวันนี้สิ่งที่เหนือความคาดหมาย ช่างมากมายเหลือเกิน
ร่างหนาคุกเข่าลงด้านหน้า เอื้อมมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขึ้นมาเปิดออกช้าๆ ด้วยความตั้งใจ จึงได้เห็นสร้อยเส้นเล็กๆ ด้านใน อัญมณีสีม่วงแดงน้ำงามเม็ดเล็กๆ ร้อยเรียงกัน ถักทอเป็นลวดลายดอกไม้งดงาม ตรงกลางมีเพรชน้ำงามสีทองรูปหยดน้ำตกแต่งอยู่อย่างเข้ากัน...ราวกับเป็นสิ่งแทนดวงตาของคนทั้งคู่
ยองเบยกเท้าของจียงขึ้นมาวางพาดบนต้นขา ก่อนจะหยิบสร้อยเส้นนั้นออกมาสวมที่ข้อเท้าของอีกฝ่ายอย่างบรรจง ให้ทุกคนในที่นั้นมองด้วยความตกตะลึง...จ้าวแห่งนครปีศาจยอมแล้วหรือ ที่จะเป็นฝ่ายทิ้งศักดิ์แห่งตน เพื่อความรัก
สิ่งนั้นบอกเล่าแทนคำพุดร้อยพันให้รู้ว่า...วันนี้...ยองเบแสดงตัวเป็นเจ้าของจียงอย่างเปิดเผยและจียงเองก็ยอมรับสิ่งที่ให้มา...เท่ากับยอมรับว่าตนเองจะเป็นของยองเบเพียงผู้เดียว แต่จ้าวแห่งนครปีศาจนั้นก็ยอมรับแล้วเช่นกันว่า...ตนเองจะเป็นเพียงสมบัติชิ้นหนึ่งของแฟรรี่น้อยตรงหน้า สมบัติที่เมื่ออีกฝ่ายเบื่อแล้ว จะโยนทิ้งไปเมื่อไหร่ก็ได้...เขายอมเป็นแค่นั้น ไม่ใช่อยู่ในฐานะคนรัก แต่อยู่ในฐานะสมบัติชิ้นหนึ่ง จะไร้ค่าหรือมีค่ามากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับจียงคนเดียว
สัญลักษณ์ของความเป็นเจ้าของส่องประกายอยู่ที่ข้อเท้าขาว ริมฝีปากแดงจัดของยองเบก้มลงจุมพิตที่เพรชน้ำงามสีทองโดดเด่นที่อยู่ท่ามกลางเหล่าอัญญมณีสีม่วงแดงก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับอีกฝ่ายที่ยังคงนั่งตกตะลึงอยู่ จียงโผเข้ากอดอีกฝ่ายไว้แน่น สัมผัสอุ่นโอบไล้กายเพรียวบางทะนุถนอม ร่างบางในอ้อมกอดพึมพำคำพูดใด ยองเบก็ฟังไม่ค่อยถนัด แต่กลับรับรู้ความหมายซ่อนเร้นผ่านวงแขนคู่นี้ มือหนาลูบหลังเพรียวบางเบาๆ ปลอบขวัญคนตัวบางที่สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กน้อย
“ร้องให้พอ...คนดี... วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นายจะร้องไห้...ต่อแต่นี้ไป ระหว่างเราจะเหลือเพียงรอยยิ้มงดงามและเสียงหัวเราะสดใสเท่านั้น....จียง.....”
ร่างบางเช็ดหน้าตาที่ก่ำแดงให้สะอาดหมดจด แย้มรอยยิ้มงดงามจับตาที่สุดให้แก่คนมอง ทั้งสองลุกขึ้นตอบรับ กระแสผู้คนที่ก้มลงคำนับให้แด่ผู้นำสูงสุดทั้งสองโดยพร้อมเพรียง
"ฉันรักนาย นายคือคนที่ฉันเลือกแล้วและฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ ..... จนชั่วนิรันดร์คือสัตย์สาบานของฉัน...จียง.."
น้ำเสียงหนักแน่นเปล่งคำสัญญาท่ามกลางมนต์ขลังลี้ลับแห่งแดนปีศาจ ชายหนุ่มมองร่างบางด้วยแววตาแน่วแน่มั่นคง ก่อนจะยื่นมือใหญ่ให้อีกฝ่ายได้วางมือลงมา จียงมองร่างหนาก่อนระบายยิ้มอ่อนโยน นึกถึงในวันแรกที่พบพาน เริ่มต้นเรื่องราวมากมายซึ่งเชื่อมโยงจิตวิญญาณของคนทั้งสองให้เกาะเกี่ยวหลอมรวมเป็นความรักลึกซึ้งอันแกร่งกล้า
“ฉันรักนายเพียงคนเดียว .....ทั้งร่างกายทั้งหัวใจ ...ฉันจะมอบให้นายทั้งหมด.....นายคนเดียวเท่านั้น ....นี่คือคำสัตย์ที่ฉันจะมอบให้นายชั่วนิรันดร์....ยองเบ”

.........นี่คือเสี้ยวหนึ่ง ในช่วงความทรงจำนับพัน หนึ่งในความฝัน ที่วนเวียนอยู่เรื่อยไป ดั่งการเดินทาง ที่มิได้กำหนดจุดหมาย การสิ้นสลาย ก่อนการกำเนิดสู่ปัจจุบัน สายลมนำพาท่วงทำนอง คนตรีอันอ่อนละมุน ลำนำเพลงขับขาน บทตำนาน สู่ช่วงกาล อนาคตที่ยังสืบเนื่องไป ไม่มีวันจบสิ้น ...........

NEVER ENDING STORY
writertalk
ฮี่ๆ รีบลงรีบไปเน้อ ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยค่ะ
ปล...มีตอนพิเศษอีก 1ตอน เป็นตอนที่ทุกคนรอคอยย (รู้ชิมิว่าตอนอะไร 555+)
ปล.2 แต่รอหน่อยนะคะ กำลังอยู่ในระหว่างปั่นจ้า^^

หวานมากเลย><
อ่านไปเขินไป เพี้ยนไปแล้วชัวร์
เค้ารอตอนปิ๊เจตอ่ะ มันต้องปิ๊เจตแน่ๆเยย
ปล.วันนี้คอมเม้นช่างไร้สติ
#1 By +::지-드래곤 Number7::+ on 2010-10-27 08:46