[Fic] ......The Fairy tales…..[Ep.26]
posted on 15 Oct 2010 06:18 by mini-gibbon in Fic-FairyTalesTitle: [Fic] ......The Fairy tales…..
Author: εїзYBGD Endless storyεїз™
Genre: YAOI Romance
Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]
Song : I`ll Be There - Taeyang
Notes: Thank for all comment na ka!! ^^
ณ สถานที่ที่ไม่อาจมีผู้ใดไปถึง สถานที่แห่งพระเจ้า...ร่างในชุดสีขาวพิสุทธิ์เดินเร็วๆ ไปตามทางเดิน ด้วยความร้อนใจ จนกระทั่งพบคนที่ตามหา
'...ลูซิเฟอร์!...เจ้าทำเช่นนั้นกับซาเรียได้ยังไง เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงลอบลงไปยังแดนมนุษย์..และทำเช่นนั้นกับบุตรข้า!'
เจ้าของชื่อในอาภรณ์สีดำสนิทเพียงหันมายิ้มยียวนไม่ตอบสิ่งใด หากร่างที่ตามหาก็ไม่ยอมเช่นกัน กระชากแขนนั้นให้หันกลับมา
'..ตอบข้า!' ดวงตาวาวโรจน์นั้นทำให้อีกฝ่ายยอมแพ้ ก่อนยักไหล่น้อยๆ
'...เจ้าจะโกรธไปทำไม มิคาเอล?...เจ้าจะได้มีเวลาสนใจอย่างอื่นบ้าง..ไม่ต้องไปเสียเจ้ามังกรสองตัวนั่น!..'
'ข้าบอกเจ้าหรือลูซิเฟอร์! ข้าบอกเจ้ารึยังว่าข้าต้องการแบบนั้น!...เจ้าทำลายบุตรข้าทำไม!'
เสียงที่ตะโกนใส่สั่นระริกอย่างไม่อาจห้าม ดวงตาสีเงินยวงคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตา พร้อมกับมือที่ตวัดไปบนใบหน้าคมคายที่จ้องมอง ทำให้ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นวาวโรจน์ มือแกร่งกระชากข้อมือเข้าหา จนร่างเล็กปะทะเข้าอกแกร่ง
'...เพราะข้าปรารถนาเจ้า!...ข้าต้องการให้เจ้ามองแต่เพียงข้า...สนใจแค่เพียงข้า!...ข้าเกลียดทุกสิ่งที่เจ้าสนใจมากกว่าข้า!...ทุกสิ่งเจ้าเข้าใจรึยัง!' ดวงตาสีเงินยวงเบิกโพลงอย่างไม่เชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
'...เจ้า...' เหมือนทุกคำพูดจะจุกที่ลำคอจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใด เปิดโอกาศให้ร่างในอาภรณ์สีดำตวัดร่างเล็กกว่าขึ้นในวงแขน
'...และเมื่อเจ้ารู้...ข้าก็จะไม่เก็บทุกสิ่งไว้อีกต่อไป!'
ริมฝีปากได้รูปตรงเข้าประกบปิดอีกครั้ง ปลายลิ้นอุ่นร้อนแรงตรงรี่เข้าซอกซอนแนบแน่น ร่างโปร่งบางสะดุ้งเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับพื้นหญ้านุ่ม
'ไม่! ปล่อยข้า!'
อาภรณ์ที่สวมใส่ถูกกระชากจนฉีกขาดอย่างไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากสัมผัสไปทั่วใบหน้างาม นวลแก้มบางและซอกคอขาวเนียน ร่างในอ้อมแขนเลื่อนสายตาลงต่ำเมื่อฝ่ามือกระด้างลูบเลยเข้าไปในอาภรณ์ที่ยังคงเหลืออยู่ ร่างสูงบีบต้นแขนบางแน่นขณะที่ประทับจูบไล่ลงไปตามหน้าท้องเรียบแบนด้วยอารมณ์ที่ประดังขึ้น ร่างบางสะท้านเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือนั้นรุกไล่ลงไปยังเบื้องล่าง ค่อยๆใช้มือแยกเรียวขาบางออก ก่อนจะไล่จูบซอกซอนลึกเข้าไปในซอกขาบางนุ่มเนียนราวกับแพรชั้นเลิศ
'ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง..'
เสียงเบาแผ่วดังสะท้านด้วยแรงหอบ เจ้าดวงตาสีดำสนิทละมือจากภาระกิจชั่วครู่จ้องมองใบหน้างามด้วยความกังขา หากมืออุ่นทั้งคู่ก็ยังคงไล่ไล้เรื่อยไปตามเรือนร่างระหง ไม่มีคำพูดต่อมาจากริมฝีปากเรียวบาง ชายหนุ่มจึงมิไคร่ใส่ใจนัก เรียวขาบางถูกยกขึ้นในขณะที่อุ้งมือเรียวบางกำหญ้าชื้นข้างกายแนบแน่น
"อะ...!"
เสียงอุทานแว่วเพียงแผ่ว ขณะที่สะโพกบางรั้งให้แนบชิดร่างบางเกร็งเยือกจนสุดตัวในขณะที่ดวงตากลมรีเบิ่งค้างด้วยความเจ็บแสบจากภายใน ฝ่ามือเรียวบางจิกกำไหล่กว้างแน่น ในขณะที่ร่างสูงกระแทกกายเข้ามาเร็วขึ้นเรื่อยๆจนดูจะเกินขีดจำกัด หยาดน้ำตาปริ่มคลอในดวงตาสีเงินยวงอย่างไม่อาจระงับ เจ็บปวดไปทั้งร่างราวร่างกายจะฉีกขาดเป็นสอง
'พอ..พอเถอะ...ได้โปรด....ลู...ลูซิเฟอร์..'
'...พอไม่ได้หรอก...มิค...มิคาเอลของข้า...ของข้าแต่เพียงผู้เดียว...'

ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืนเสียงเล็กๆ เจือสะอื้นบางดังลอดผะแผ่ว มือเล็กปาดน้ำตาข้างแก้มก่อนจะปิดเปลือกตาลงชั่วครู่ดวงตาสีเงินที่ค่อยๆ ลืมขึ้นฉายแววมุ่งมาดขณะมองร่างที่นอนอยู่เคียงข้าง
'...นี่ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้เจ้า...ทำลายบุตรข้า...ลูซิเฟอร์...คำพูดของเจ้าอาจทำให้ข้าซึ้งใจได้ หากเจ้าจะไม่ก่อทุกสิ่งขึ้นมา...'
ดวงตาสีเงินปิดอีกครั้ง ก่อนเปิดขึ้นพร้อมแสงประกายเรื่อเรือที่เปล่งออกมาจากร่างเพรียวบาง เรียกให้อีกร่างที่หลับสนิทเมื่อครู่เปิดเปลือกตาขึ้นมอง ก่อนเบิกโพลงเมื่อรับรู้สิ่งที่ร่างนั้นกำลังจะทำ
'..มิคาเอล....เจ้า..เจ้าจะทำอะไร...อย่านะ' ดวงตาสีเงินยวงที่เปล่งแสงสว่างจ้าหันมามอง ก่อนคลี่ยิ้ม ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยคำ
'...ข้าจะสาปไว้ด้วยพลังทั้งหมด...กายนี้ วิญญาณนี้ ข้าจักไม่มอบให้... ไม่ว่าอีกนานแค่ไหน ไม่ว่าภพใด...หากบุตรของข้ายังมิอาจครองคู่...ข้าก็จักไม่ครองคู่เคียงข้างเจ้าดั่งที่เจ้าปรารถนาเช่นกัน! ปฐพีเอ๋ย มารดาแห่งพิภพ พลังทั้งมวลที่โอบล้อมชีวิตจงมาสู่มือข้า … จงให้คำสาปนี้สถิตไปชั่วกัลปาวสาน และจะสูญสลายเมื่อ …บุตรข้าได้เคียงคู่กัน! …'
ดวงตาคมดุสีดำสนิทเบิกกว้าง เมื่อแสงสีเงินโอบล้อมร่างบาง ก่อนทั้งร่างจะกลืนหายไปแสงสว่างที่พุ่งตรงเข้าสู่ร่างกายของตน จารึกคำสาปไว้ชั่วนิรันดร์
'ไม่!! มิคาเอล !'

ในขณะนี้มันสายเกินกว่าจะหยุดยั้งชะตากรรมทั้งปวงที่โถมเข้า ใช่มันสายเกินไป...เกินกว่าหัวใจจะได้ทันรับรู้กับวจีที่เอ่ยมา...... แม้จะบอกคำว่ารักจากหัวใจก็ไม่อาจทำได้ดังที่หวัง....... กระนั้นความใฝ่ฝันก็ไม่สามารถจะหยุดได้....ด้วยทั้งหัวใจได้ถูกเจ้าเก็บกักไว้แต่เพียงผู้เดียว......เจ้าจะทำให้ข้าลืม? จะให้ข้าทนรับ
โชคชะตานี้เพียงลำพัง? กระทั่งบัดนี้เวลานี้และอีกยาวไกล..... จะให้ทิ้งภาระทั้งปวงนี้ไว้ให้แทนความฝันอันไม่จริงในอดีตกาล

ร่างสูงในอาภรณ์สีดำนั่งสงบนิ่งต่อหน้าผู้ครองโลกแห่งกาลนิรันดร์...โลกที่มีแค่กลางคืนไม่มีกลางวัน ไม่มีแสงอาทิตย์ มีแต่แสงจันทร์ ล้อด้วยแสงน้อยๆ ของดวงดาวเล็กๆ ...ซึ่งเเป็นเวทมนต์ตามความขี้เล่นของแสงสว่างแห่งเดียวของที่นี่....ราชาแห่งความตายฮาเดส...
เจ้าของสถานที่ถอนหายใจที่ไม่รู้ว่าเป็นรอบที่เท่าไหร่ของชั่วโมงนี้...ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มเสมอกลับไม่มีรอยยิ้มเหมือนเคย คำถามเดิมถูกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
'..แน่ใจหรือ ลูซิเฟอร์?...เจ้าไม่จำเป็นต้องทำขนาดนั้นนี่... ไยเจ้าต้อง...' เสียงที่เอ่ยเงียบไปไม่อยากจะเอ่ยคำนั้น จนคนฟังต้องเอยแทน
'....เพราะข้าไม่อาจทนรอให้พวกเขากลับมาอย่างเปล่าดายที่นี่คนเดียว...ข้าอยากจะเฝ้ารอการตื่นไปพร้อมๆ กับพวกเขา...ข้า...ไม่ปรารถนาการรอคอยที่น่าสลดนี้...' ผู้ปกครองโลกแห่งกาลนิรันด์ถอนหายใจอีกครั้ง
'...รู้ไหม...ข้าอยากห้ามเจ้า...แต่บางที...มันอาจจะดีกว่าก็ได้...'
'...ตกลง! ลูซิเฟอร์...ข้าจะลิขิตการเกิดให้เจ้า...ให้เจ้าได้แก้ตัว...ให้เจ้าได้นำหัวใจที่สูญสลายกลับคืนสู่กายตน...อย่างที่รู้ดี...หากจะขอสิ่งใด...ย่อมต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่เทียมทัดกัน...ลิขิตการเกิด...แลกกับ....จิตวิญญาณของเจ้า!!'
ร่างสูงคลี่ยิ้มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ใครอีกคนสาปเขาไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอ่ยลาเจ้าของสถานที่ด้วยการบอกบางสิ่งที่เก็บไว้...บอก...แทนคำลา...ชั่วกาล
'...บางครั้ง..ข้าก็อยากเป็นเหมือนเจ้านะฮาเดส...' เจ้าของชื่อมองคนพูดด้วยความงุนงง
'...ทำไม...'
'...เจ้ายิ้มอยู่ตลอดเวลา...ทั้งๆ ที่โลกที่เจ้าปกครองเป็นโลกแห่งความเศร้า...' ฮาเดสยิ้มอีกครั้ง...ยิ้มที่บริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อย..
'....หากข้าไม่ยิ้ม....แล้วนครแห่งความมืดมิดนี้จะหาแสงสว่างได้จากที่ใด...'
ร่างในอาภรณ์สีดำสนิทยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพยักหน้าและเหม่อมองไปแสนไกล
'...นั่นสินะ...แม้ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในความมืดมิดเช่นข้า...ยังต้องมาหาแสงสว่างที่เจ้าเช่นกัน...'
.
ในความมืดสลัวที่เงียบสงบอันเป็นความรู้สึกราวกับอายอวลไปด้วยความหดหู่ระคนความเศร้าน้อยๆ นั้น ดวงจิตพิสุทธิ์ลอยวนอยู่ในที่แห่งตน รอเวลาที่ถึงวันกำเนิด ร่างหนาเจ้าของรอยยิ้มงดงาม ก้าวเข้ามาแตะดวงจิตสีรัตติกาล ก่อนจะคลี่ยยิ้มกว้างอีกครั้ง เมื่อดวงจิตนั้นกระพริบแสงราวกับตอบรับ ทั้งๆ ที่เขารู้ดี...มันเป็นไปไม่ได้
'...ใช่...ลูซิเฟอร์...ถึงเวลาของเจ้าแล้ว...จงไปรอพวกเขาที่นั่น...ที่ที่เจ้าทำพลาด...จงแก้ไขมันด้วยตนเอง...'
ดวงจิตนั้นสั่นไหวรุนแรงก่อนจะเปล่งแสงงดงามบ่งบอกพลังพิสุทธิ์ในฐานะสุดท้ายของตนก่อนที่จะเหลือกลับกลายเป็นเพียงดวงจิตไร้ร่างเช่นนี้ ดวงหน้าของผู้ที่ยังคงมีร่างคลี่ยิ้มงดงามอีกครั้ง
'...อีกไม่นาน...ผู้ที่เจ้าต้องชดใช้จะกลับมา....จงอย่าทำพลาดเป็นครั้งที่สอง....ลูซิเฟอร์....'
ผู้ปกครองโลกกาลนิรันดร์มองตามดวงจิตสีดำสนิทที่ลอยหายเข้าไปในวัตถุบางอย่างคล้ายถาดโลหะทรงรียาวและคลุมด้วยกระจกใสทรงโดมเอาไว้ ภายในบรรจุแผ่นดินที่มีลักษณะเหมือนทวีปจำลองแห่งหนึ่งย่อขนาดลงมาลอยอยู่ในโดมแก้ว ก่อนจะเอ่ยขึ้น
'...อีกไม่นาน...ซาเรียและจีเซียจะถือกำเนิด...'
ภาพในโดมแก้วที่เคยเป็นทวีป ทวีปหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นภาพจิตวิญญาณที่รอการกำเนิดสองดวง ลอยวนไม่ห่างกัน และแปรเปลี่ยนเป็นบ้านหลังเล็กชายป่าที่มีชายหนุ่มสูงโปร่งผู้มีดวงตาสีม่วงแดงยืนเคียงข้างหญิงสาวลูกครึ่งแฟรี่ ก่อนจะเปลี่ยนอีกครั้งเป็นโลกพิสุทธิ์ของป่าภูติพราย ใบไม้สีม่วงอ่อนปลวไสว สงบ งดงาม
'...สายเลือดทั้งสามได้บรรจบกันแล้ว...ซาเรียจะถือกำเนิด จีเซียเอง...ก็คงจะถือกำเนิดในแดนที่ตนเป็นผู้สร้าง...เจ้าล่ะ? มิคาเอล...'
ร่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นด้านหลังเจ้าของคำถาม ดวงตาที่ยังคงเป็นสีเงินยวงงดงามเช่นก่อนจะสลายกายตนฉายแววเศร้า..เอ่ยด้วยแสงแผ่วเบาราวกับดังมาจากที่แสนไกล
'...เมื่อบุตรข้าถือกำเนิดอีกครั้ง....ข้า...จะไปอยู่เคียงข้างจีเซีย...'
'....ยังโกรธลูซิเฟอร์อยู่หรือ...' ร่างโปร่งแสงคลี่ยิ้ม
'....เจ้าก็รู้คำตอบดีฮาเดส...เจ้ารู้ดี...'
เจ้าของชื่อฮาเดสคลี่ยิ้มสว่างไสวอีกครั้ง ใช่! เขารู้ดี...ไม่ได้โกรธเคือง...ไม่ได้ลงโทษ หากทุกสิ่งที่มิคาเอลทำคือการสอน...สอนให้ผู้ที่ไม่เคยสนใจใคร...ได้รู้การอดทน....รอคอย...และเห็นคุณค่าของทุกชีวิต..โดยไม่เสียดายสักนิดที่ต้องแลกกับชีวิตตน...เพราะเชื่อมั่นไม่เสื่อมคลายในหัวใจของคนผู้นั้น....

ไม่นานโลกปีศาจก็ได้เฉลิมฉลองกับการถือกำเนิดขึ้นของเจ้าชายปีศาจ ทีเรียซาคัส โอเรกอน พีนาเรีย หรือ TOP รัชทายาท แห่งแดนปีศาจ และในชั่วระยะเวลาอีกไม่กี่ปี เจ้าชายเลือดผสมแห่งสามเผ่าพันธ์ ซาทาเรีย โอซากัส ลีอาร์ หรือ Sol ก็ถือกำเนิดขึ้นในแดนมนุษย์เช่นกัน...
ในเวลาไม่ห่างจากที่เจ้าชายเลือดผสมถือกำเนิด ป่าภูติพรายที่เคยราบเรียบ สงบเย็นก็มีเรื่องที่น่าประหลาดใจเกิดขึ้น เมื่อดอกไม้สีโลหิตขนาดใหญ่ที่ศูนย์กลางของป่าภูติเกิดการเปลี่ยนแปลง...ทารกผู้หนึ่งถือกำเนิดขึ้นจากดอกไม้แห่งชีวิตที่ไม่เคยให้กำเนิดสิ่งใดนอกจากรักษาพลังงานในป่าภูติ เรียกความสนใจได้จากทุกผู้ทุกนามให้รำลึกถึงคำจารึกโบราณที่มีมาพร้อมๆ กับการกำเนิดของป่าภูติได้ในขณะนั้นเอง...
ณ ป่าแห่งภูต มังกรตนหนึ่งยังคงหลับไหล ไร้การรับรู้ต่อสรรพเสียงของสรรพชีวิต ไร้การตอบรับแก่มวลธาตุที่ร้องรับรอบกาย ดวงตาสีทองเช่นเดียวกับแสงแห่งทิวาวารปิดสนิท เรือนผมราวทรายที่ส่องประกายสีทองราวม่านหมอกของความฝันที่จะคงอยู่ตราบนิรันดร์ เมื่อดวงตาสีอำพันเปิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ความฝันอันเป็นนิรันดร์จะเริ่มต้น....
'...เมื่อดอกไม้แห่งชีวิตผลิบาน....จิตวิญญาณจะหวนคืน...
.เมื่อผู้หลับไหลได้ฟื้นตื่น...ความฝันชั่วคืนจะกลับนิรันดร์...'

'ท่านจีดราก้อน...ท่านเซนริ...อยู่ที่นี่รึเปล่า?'
เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วป่า ทำเอาร่างเล็กทั้งสองที่นอนขดตัวอยู่ใต้ต้นไม้ใบหนา สะดุ้งสุดตัว ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว ต้นไม้พุ่มถูกแหวกออก พร้อมกับที่ร่างเพรียวบางของพี่เลี้ยงประจำของร่างเล็กทั้งคู่ปรากฏขึ้น ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ อย่างระอา
'ตรงนี้ก็ไม่อยู่ไปไหนนะ...'
'อาจจะกลับไปแล้วก็ได้นี่ ซานดารา!' ลาไซซีอัสตะโกนไล่หลังเพื่อนสนิท
'ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีนะสิ...เฮ้อ..' เจ้าของซื่อถอนหายใจยาว
'เป็นฝ่ายขอให้เราออกมาด้วยแท้ๆ.... แต่พอได้ออกมา....คนชวนก็หายไปซะดื้อๆ...ทั้งๆ ที่ถือกำเนิดจากดอกไม้แห่งชีวิตแท้ๆ น่าจะเรียบร้อยเหมือนผู้สร้างในจารึกเสียบ้าง แล้วนี่อะไร! หนีเที่ยวอยู่เรื่อย.....คอยดูนะถ้าจับได้ละก็..ฮึ่ม!' จบคำพูดของอีกฝ่าย ทำเอาลาไซซีอัสอมยิ้ม ปากก็ทำบ่นพูดอย่างโน้นอย่างนี้ ทั้งๆที่นิสัยกล้าร่าเริงนั่น ก็ทำให้ทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ามันยิ่งทำให้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถละสายตาไปจากสองร่างนั้นได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ตามที
'อย่ามัวยืนเหม่อซี่..อาจจะหลบอยู่แถวนี้ก็ได้ลาไซซีอัส!' เสียงตวาดใส่เอาชายผมขาวถึงกับสะดุ้งเมื่อหลุดจากภวังค์ พร้อมทั้งยิ้มแหยกุลีกุจอหาต่อไป
ดวงตาสองคู่ลอบมองผู้ติดตามทั้ง 2 ผ่านกิ่งไม้ระเกะระกะและใบไม้แน่นทึบที่คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่เห็นเป็นแน่ จนร่างทั้งสองเดินออกไปจากใต้ต้นไม้ได้ซักครู่ เมื่อแน่ใจว่าทั้งคู่คงไม่หวนกลับมาแล้ว ร่างที่สูงกว่าไม่มากก็หันมาเอ่ยกับคนตัวเล็กกว่า
'...เกือบไปแล้วไหมล่ะเซ็นริ...'
'..จริงด้วยท่านพี่จี ดราก้อน...แต่สองคนนั้นไปแล้วเราก็ไปเล่นกันเถอะ'
ฉับพลันเสียงของกลุ่มคนจำนวนมากก็ดังขึ้น ทำให้ร่างเล็กหยุดชะงักกึก เหลียวหลังกลับไปมองที่มาของเสียงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เด็กน้อยมองเห็นคือเหล่าแพนนับสิบที่วิ่งพลางกระโดดโลดเต้นเป็นจังหวะสนุกสนาน ตามเสียงขลุ่ยอ้อที่ทำขึ้นง่ายๆ ของพวกเขา เด็กชายทั้งคู่มองตามอย่างเพลิดเพลิน จนลืมความคิดที่จะเดินเล่นต่อเสียสนิท เฝ้ามองเหล่าภูตพรายหลากหลายเผ่าพันธุ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเพลิดเพลิน ไม่รู้สักนิดว่ามีใครเดินมาใกล้ๆ ร่างที่มาใหม่เลือนลาง หากที่ชัดเจนคือรอยยิ้มกว้างที่แสนบริสุทธิ์นั้น แววตาอ่อนโยนทอดมองเด็กชายร่างเล็กกว่า...ภาพร่างสูงโปร่งเจ้าของเส้นผมสีเงินซ้อนทับร่างเล็กๆ นั้น ทำให้รอยยิ้มยิ่งกว้างกว่าเดิม
'....อีกไม่นานแล้วมิคาเอล...อีกไม่นาน...ทุกสิ่งจะกลับไปสู่หนทางที่มันควรเป็น...'

ในคืนที่มืดมิดร่างหนาในอาภรณ์สีดำสนิท ก้าวเท้าไปเรื่อยๆ โดยมีสัตว์เลี้ยงคู่ใจเคียงข้างอย่างไม่มีจุดหมายทั้งๆ ที่รู้ดีว่าในเวลายามกลางคืนเช่นนี้ไม่เหมาะสักนิดที่จะออกมาเดินเทิ่งๆ แต่ก็นั่นแหละถึงจะเป็นโรมาเนียถิ่นของพวกมันก็ตามที หากเขาที่อยู่ที่นี่มานาน..นานพอที่จะทำให้พวกชอบหากินกลางคืนเลิกที่จะกวนใจเขาในวันที่เขานึกอยากจะเดินเล่นเช่นวันนี้ หากเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ กลิ่นคาวเลือดก็คละคลุ้งในอากาศ ร่างหนาได้แต่ถอนหายใจปลงๆ ไม่อยากจะยุ่งเท่าไหร่...แต่วันนี้พวกนั้นบ้าเลือดอะไรขึ้นมาถึงได้ล่ารุนแรงจนกลิ่นเลือดมันฉุนกึ๊กขนาดนี้ ปกติแล้วออกจะรักษามารยาทผู้ดีที่ตัวเองยึดถือ ร่างหนาสาวเท้าตรงไปยังสวนสาธารณะด้านหน้าที่มาของกลิ่นเลือดทันที...
ท่ามกลางแสงสว่างของดวงจันทร์...... เรือนกายบอบบางคล้ายมีแสงสีทองห่อหุ้ม ปลายเท้าสวยไม่แตะพื้น ปีกสีทองสองคู่คล้ายปีกของแมลงปอโบกสบัดอยู่ด้านหลัง ริมฝีปากเรียวปิดสนิทไม่บ่งบอกอารมณ์ของเจ้าของ ใบหน้าขาวเรียบเฉยดวงตาเรียวสวยเย็นชามองภาพเลือดสีแดงที่กระจัดกระจายเปรอะเปื้อนไปตามต้นไม้ใบหญ้าของสวนสาธารณะร้างผู้คนด้วยสายตาว่างเปล่า แม้เลือดสีแดงฉานบ่างส่วนจะเปรอะเปื้อนบนใบหน้าขาวของตัวเองก็ตาม....ทั้งหมดที่ประกอบรวมกันเป็นร่างนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทั้งเย็นชา และ งดงามเกินกว่าจะละสายตา....
ณ เวลานั้นเหมือนทั้งโลกหยุดหมุนไม่รับรู้อะไรอีก...ความปรารถนา...โหยหา...และอีกหลากหลายอารมณ์ประดังขึ้นมาในอก จนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใด...ความปิติ ยินดีราวกับได้ของรักกลับคืนท่วมท้น...จนต้องคลี่ยิ้มออกมา ริมฝีปากแดงจัดทวนคำ...แม้ร่างนั้นจะลับหายไปแล้วก็ตาม
".....จีดราก้อน....จีดราก้อน...ชื่อนี้....ข้าจะจำเอาไว้..."

สิ่งนั้น....คือจุดเริ่มต้นอันมิมีวันสิ้นสุด เปรียบดั่งกระแสธารเวลา ที่ทอดยาวเรื่อยไป การพานพบ ความวุ่นวาย กระทั่งสุดท้าย ก็ดูราวกับเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่ง....ของชะตากรรม บทหนึ่งของเรื่องราวอันยาวนานที่ผ่านพ้น ลำนำที่เล่าขาน ถึงช่วงเวลาที่พันผ่าน และไม่มีวันจบสิ้น.... ตราบนิรันดร์....



มาเเร้ว
ลูซิเฟอนี่คือโป้มิคาเอลนี่มักเน่ใช่ป่ะเเอบงง55
ตอนนี้ทำให้รู้ว่าทุกคนมีจุดกำเหนิดยังไง
ตั้งตารอน้า
กอดดดดดดด
#1 By tempglover on 2010-10-15 08:15