[Fic] ......The Fairy tales…..[Ep.16]
posted on 08 Sep 2010 08:57 by mini-gibbon in Fic-FairyTales
Title: [Fic] ......The Fairy tales…..
Author: εїзYBGD Endless storyεїз™
Genre: YAOI Romance
Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]
Song : 여우비 (Fox Rain) OST.My Girlfriend is a Gumiho
Notes: Thank for all comment na ka!! ^^
เปลือกตาบางกระพริบช้าก่อนเปิดขึ้นอย่างอ่อนล้า รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย มือเรียวเลื่อนแตะบาดแผลที่จำได้ว่าเคยมี บาดแผลแม้ลึกแต่ราวกับจงใจให้เพียงหมดแรงต่อสู้ มากกว่ามุ่งหมายเอาชีวิต ทำให้ร่างบางไม่กังวลมากนัก หลับตาลงชั่วครู่เพื่อรวบรวมเวทย์ก่อนจะปล่อยเวทย์สีจางให้เยียวยาบาดแผล แล้วร่างบางจึงค่อยๆ พาตัวเองออกจากกองซากผนังที่ทับถม ดวงตาสีชากวาดมองรอบๆ อย่างไม่เข้าใจ เบื้องหน้าเขาไม่ได้เป็นห้องโล่งกว้างอีกแล้ว หากเต็มไปด้วยเศษโลหะ อิฐ หิน สายไฟ และโลหะ ราวกับเกิดการปะทะอย่างรุนแรง
"...เกิดอะไรขึ้น?...ยองเบ !!"
ร่างบางเปล่งเสียงเรียกดังลั่นเมื่อดวงตาสีชาเหลือบไปเห็นรอยเลือดเป็นทางยาวกลางทางเดิน ขาเรียวพาร่างตัวเองตามรอยเลือดไปทันที...และยิ่งผ่านไปเท่าไหร่ หัวใจก็ยิ่งเต้นถี่ ความกังวลบางอย่างก่อตัวขึ้นจนไม่กล้าแม้จะหยุดพักสักนาที แม้ว่าทั้งร่างจะเจ็บปวดสักเพียงใด
จียงระบายลมหายใจหอบถี่ ฝ่ามือเรียวบางจำต้องยึดเกาะกำแพงทางเดินอาศัยพยุงร่างกายที่อ่อนล้าเต็มที เกราะแก้วปรากฏขึ้นรอบกายเมื่อหางตาเหลือบเห็นแผ่นโลหะหนาหนยักแผ่นใหญ่ร่วงหล่นลงมา เหงื่อเม็ดเล็กพร่างพรายตามไรผมและขอบใบหน้าหยดลงบนพื้นโลหะ จนกระทั่งรอยเลือดที่เขาตามมาหยุดลงบนเตียงกว้างที่จียงจำได้ดีว่า 'ใคร' นอนอยู่ที่นั่น...ร่างสองร่างที่นอนเคียงกันทำให้คิ้วเรียวขมวดชิด ร่างหญิงสาวอ่อนเยาว์ยังคงนอนสงบที่เดิม แต่จียงรู้ดี ลมหายใจที่เคยแผ่วริน ยิ่งแผ่วเบามากขึ้น ไม่ต่างจากร่างโชกเลือดที่นอนเคียงข้างซึ่งลมหายใจผะแผ่วไม่ต่างกัน
...ไม่ใช่...ไม่ใช่คนที่ตามหา...แล้วตอนนี้คนเขาตามหาอยู่ที่ใด?....
และก่อนที่จียงจะทันได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เสียงเพรียกแผ่วเบาที่ลอยลมมาก็ทำให้ดวงตาเรียวสวยเบิกกว้าง เสียงเพรียกของแฟรี่! ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านั้น ร่างทั้งร่างก็ลอยหายตรงไปยังที่มาของเสียงเพรียกนั้นทันที
จียงกลั้นลมหายใจ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตา เบื้องหน้านั่นร่างหนึ่งนอนนิ่ง ไร้วี่แววการไหวติงอยู่ภายในหลอดแก้วโปร่งใส ท่ามกลางเศษซากโลหะ หากยังคงความงดงามแห่งเผ่าพันธ์ตน จียงกลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ก่อนจะก้าวเท้าไปหาทำลายหลอดแก้วที่กักขังไว้ ก่อนจะโอบประคองร่างที่หายใจรวยรินไว้ในอ้อมแขน
"...ท่านทวด...." เปลือกตางดงามลืมขึ้นช้าๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มบางให้สายเลือดของตน
“....มาแล้วหรือ...ลูกหลานข้า..." น้ำเสียงหวานในที่ได้ยินเป็นครั้งแรกทำให้หัวใจจียงแทบร้างสลาย ความเจ็บปวด ทรมาณ แงมาในน้ำเสียงอ่อนล้า
"...ทำไม...ถึง...เรียกข้า..." น้ำตาเม็ดโตไหลลงช้าช้า อาบสองแก้มใสเมื่อร่างที่ตนโอบประคองไว้เอ่ยแผ่วเบา
"..เพราะ...เจ้า...คือภาพฝัน...ที่ข้า...เฝ้ารอ...มาเนิ่นนาน...เจ้าผู้จะ...ปลดพันธนาการ...ทั้ง...หมด...ของข้า..."
จียงแทบไม่อยากเอ่ยสิ่งที่ต้องพูดต่อไป...ตลอดมาเขาไม่เคยต้องร่ำไห้ไม่ว่าจะเสียใครข้างกายไป...หากแต่ในวันนี้ เพียงญาติผู้ห่างเหิน กลับทำให้เขาเสียน้ำตาได้มากมาย จียงไม่กล้าถามตัวเองว่าเพราะอะไร...เพราะอาลัยญาติตน...หรือเพียงเพราะใครบางคนสอนให้รู้จักที่จะรักใคร...ร่างบางกลั้นสะอื้น เอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงปวดปร่าที่แทบจะเค้นออกมาจากลำคอไม่ได้...
"...แฟรี่เอย...ก่อนจากไปยังมีสิ่งใดให้อาวรณ์...สิ่งใดที่เจ้าหวนไห้...อยากละทิ้งไว้เป็นสิ่งสุดท้าย ก่อนจะลาจากลับหายจากแผ่นดิน...."
ร่างงามของแฟรรี่ผู้ถูกกักขังเนิ่นนานคลี่ยิ้มงดงามจนคนมองแทบไม่กล้าสบสายตา ทุกคำทุกตอนแม้เสียงที่เอ่ยจะกระท่อนกระแท่นจากความเหนื่อยล้า และไม่ได้ใช้เสียงมาเป็นเวลานาน หากยังคงความอ่อนโยน และกรุณาในน้ำเสียงไม่เปลี่ยน
"..สายเลือดของข้าจงฟัง...สิ่งเดียวที่ข้าปรารถนา...จิตวิญญาณข้า...อายุไขข้าที่เหลือเพียงน้อยนิด...โปรดช่วยหล่อเลี้ยง....ให้....ผู้ที่ข้าเคย...ทำ..ร้าย...ให้เจ็บปวดจากการพลัดพราก...ได้พบกันเป็นครั้งสุดท้าย...คือคำวิงวอน..เพียงหนึ่งเดียว..ของ..ข้า..."
จียงหยุดคิดที่จะกลั้นน้ำตา เพียงปล่อยให้มันไหลอยากไม่อาจจะหยุดยั้ง หลายคำถามเกิดขึ้นในหัวใจ หลายสิ่งที่ไม่อยากยอมรับ และไม่อยากกระทำผุดขึ้นมากมาย หากแต่สิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงเอ่ยตอบรับคำขอนั้น
"..คำวิงวอนสุดท้าย..จะสมใจ..."
มือเรียวเรียกพลังของตนมารวมไว้ที่ฝ่ามือช้าๆ น้ำตายังคงไหลริน ก่อนจะทาบก้อนพลังนั้นไปยังร่างบอบบางที่โอบประคองไว้ ร่างนั้นกระตุกวูบ ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ดวงตาหวานซึ้งจ้องมองเขาด้วยความขอบคุณเป็นครั้งสุดท้าย...และปิดลง....ตลดกาล....
"...ขอบใจ..."
"...ทำไม...ท่านทวด...ทำไม...เขาทำกับท่านถึงขนาดนี้ทำไมถึงยังอภัย...ทำไม..."
จียงเฝ้าถามกับร่างบอบบางที่สลายไปช้าช้า ด้วยความไม่เข้าใจ น้ำตายังคงอาบสองแก้มโดยที่เจ้าของไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเช็ดมัน ในมือยังคงประคองดวงไฟสีนวลละออตาไว้ ...โดยไม่รู้ว่าหากพาตัวเองหลุดพ้นความเสียใจแม้สักนิด...คงทันได้ยินเสียงหวานแผ่วจางที่กระซิบผ่านสายลมมาตอบคำถามนั้น
'....ไม่มีสิ่งใด...ยิ่งใหญ่ไปกว่าการให้อภัย...ลูกหลานข้า...'
ตามทางเดินอันมืดมิดที่ก้าวย่างไปนั้น เต็มไปด้วยเศษซากที่พังทลาย ราวกับเผชิญกับพลังบางอย่างที่รุนแรง น่าแปลกที่ความมืดความหนาวเย็นนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย มันจะมีสิ่งใดให้หวาดเกรงมากไปกว่า...ที่เขาต้องเผชิญ...ความสูญเสีย...อีกครั้ง...
จียงกลับมายังร่างที่ยังคงทอดกายเคียงข้าง....พลางหลับตาลงกั้นความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อมา ก่อนจะใช้เวทย์บังคับให้ดวงแก้วในมือ...แบ่งออกเป็นสองส่วน..... ลอยหายเข้าไปยังสองร่างที่เคียงกัน...เพียงไม่นานเปลือกตาของร่างที่ยังเต็มไปด้วยคราบเลือดก็ค่อยๆ ลืมขึ้น ตามด้วยเจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ลืมตาตื่นขึ้นมาตามกัน
"....เพียงเสี้ยวเวลาสุดท้าย จงให้มันอย่างคุ้มค่า...มนุษย์ผู้ไม่เคยรับรู้ความรักยิ่งใหญ่ของแฟรี่..."
เจ้าของดวงตาสีชาเอ่ยทิ้งไว้เพียงเท่านั้นก่อนเร้นกายหายไป ทิ้งไว้เพียงสองร่างที่โผเข้าหาอ้อมแขนของกันและกันหลังจากที่ได้จากกันแสนนาน
"...แวนดี้....แวนดี้...ดอกไม้งามของข้า...ข้าคิดถึงเจ้า...คิดถึงเจ้าเหลือเกิน..." มือเรียวไล่ไปตามโครงหน้าอ่อนเยาว์ที่แสนคิดถึง ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของใบหน้าที่ส่งยิ้มกลับไปให้อย่างอ่อนหวาน..
"....ข้าก็คิดถึงเจ้า....คิดถึงเจ้ามาตลอดเช่นกัน...."
"....ข้ารอแค่วันนี้...ทั้งหมดชีวิตที่ผ่นมา...ข้ารอเพียงวันนี้เท่านั้น..." แวนดี้คลี่ยิ้มอ่อนหวานอีกครั้ง
"...ข้ารู้...ข้าเห็นมาตลอด...ข้ารู้ดี....เจ้าแค้นนางที่ทำให้เจ้าต้องเสียข้าไป...หากแต่เจ้าก็รักนางมากเกินกว่าจะเสียนางไป...เช่นกัน...ข้ารู้ดี...ข้าอยากบอกเจ้ามาตลอดว่าข้ารอเจ้าอยู่....เจ้าไม่จำเป็นต้องทรมานตัวเอง...ทรมานทิงเกอร์เบลล์แบบนั้น...แต่ข้ากลับทำอะไรไม่ได้เลย...นอกจากมองความเสียใจของเจ้า....ตลอดเวลาที่ผ่านมา..." มือเรียวยกขึ้นปิดริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้น ก่อนจะคลี่ยิ้มเอ่ยเบาๆ
"...ไม่เป็นไรแวนดี้...ไม่เป็นไร...แค่ตอนนี้ข้ามีเจ้า...เท่านั้นก็พอแล้ว...เรียกข้าสิยอดรัก....เรียกข้า...ให้ช่วงเวลาสุดท้ายของเรามีแต่รอยยิ้ม...ได้โปรด...ดอกไม้งามของข้า..." ดวงหน้าอ่อนเยาว์ยิ้มบาง ก่อนแตะริมฝีปากลงที่ริมฝีปากอีกฝ่ายแผ่วหวาน...
"...ข้ารักเจ้า...ปีเตอร์...แม้ไม่ได้อยู่เคียงข้าง....หากข้าก็ยินดีที่ได้นิทรานิรันดร์พร้อมเจ้า...ปีเตอร์ของข้า..."
มือเรียวและอ้อมกอดผอมบาง ตระกองกอดร่างบางอ่อนเยาว์ไว้ในอ้อมแขน ดวงตาสีเขียวเหลือบมองไปแสนไกล ไม่ต่างจากความคิดที่ลอยละล่องไปห่างไกลเช่นกัน
ถ้อยคำสนทนาดังขึ้นใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ให้ร่มเงาซึ่งเป็นที่นั่งประจำ ร่างโป่รงบางเจ้าของเรือนผมสีขาวสะอาดที่ดูจะสะท้อนเด่นชัดเจนในความมืดทึมที่เขารู้จักดี เสียงหวานใสหัวเราะแผ่วเบา ลูบไปตามเส้นผมสีดำสนิทของร่างที่นอนบนตักนุ่ม
`....อ้อนข้ารึ...ฮุค?..' น้ำเสียงหวานใส หยุดยั้งความคิดของเขาไปได้สนิท เด็กหนุ่มผมเขียวเร้นกายฟังอย่างเงียบเชียบ
`...ข้าเปล่า...ข้าแค่อยากอยู่ใกล้ๆ เจ้าไม่ได้รึไง....'
เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มปรี่ไปด้วยความอ่อนหวาน ก่อนจะลุกขึ้นมองดวงหน้าหวานที่มองสบมาด้วยความไม่เข้าใจและเอ่ยปากราวกับจะถาม หากคำพูดที่ตามมานั้นกลับจางหายไปพร้อม ริมฝีปากของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกัน ร่างสูงค่อยๆโอบร่างตรงข้ามเข้ามาจนชิดกับอก...ดวงหน้าหวานใสแดงระเรื่อเมื่อผละจาก..งดงามราวปฎิมากรรมสีขาวสะอาด...เทพธิดาสีขาวบริสุทธิ์ในอุดมคติของมนุษย์ชาติ....
`...รู้บ้างหรือไม่...ทิงเกอร์เบลล์....เจ้าช่างงดงาม....งดงามดั่งรูปสลักแสนสวยที่น่าจับจองเป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว' เสียงทุ้มเอ่ยให้ร่างงามนั้นได้ยิน
เจ้าของดวงตาสีเขียวที่เร้นกายไม่ห่างยิ้มหยัน...ใช่เพียงคนเดียวเท่านั้น !..
ดวงตาสีฟ้าอ่อนงดงามจ้องนิ่งที่ดวงตาสีดำสนิท ใบหน้าหมดจดนวลคลี่ยิ้มงดงาม ฮุคก้มลงประทับจูบเบาๆกลางหน้าผากนวลเนียน ลูกแก้วสีฟ้าหลุบต่ำก่อนสะบัดออกช้าๆ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากสีอ่อนดูยั่วยวนอย่างประหลาด เด็กหนุ่มผมเขียวแอบมองจ้องมองด้วยความรู้สึกอึดอัดจนบอกไม่ถูก
`...ข้าต้องไปแล้ว...ป่านนี้...ปีเตอร์คงตามหาข้า...'
`...ข้าไม่อยากให้เจ้าไป...ทำไมเจ้าต้องไปด้วย...ป่านนี้ปีเตอร์คงอยู่กับแวนดี้ เจ้าอยู่กับข้าเถอะนะ' น้ำเสียงนั้นออดอ้อน หากคนที่เร้นกายแอบฟังกำมือแน่น
`...ไม่ได้หรอกฮุค...ข้ายังมีหน้าที่ต้องดูแลเขา...จนกว่าพันธสัญญาทั้งหมดจะจบลง...ข้ายังต้องเคียงข้างเขา...'
เจ้าของเรือนผมสีขาวก้าวออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ชายหนุ่มผมสีดำนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดกับตัวเองช้าๆ
`...พันธสัญญางั้นรึ?...เช่นนั้นข้าจะทำลายมันเอง!'
น้ำเสียงนั้นหนักแน่นดูราวกับยืนยันในคำพูดตน ก่อนจะก้าวลับหายไปอีกคน เหลือไว้เพียงเด็กหนุ่มดวงตาสีเขียวที่กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ และต้องสะดุ้งมือมือเรียวของบางคนแตะลงที่ท่อนแขน
`มีอะไรรึเปล่า?...ปีเตอร์...เจ้าเป็นอะไรไป' เจ้าของดวงตาสีเขียวเหลียวกลับมามอง...คลี่ยิ้มอ่อนโยน
`...เปล่า...ไม่มีอะไรหรอกแวนดี้...ไม่มี..'
กระแสเสียงเรียบเย็น...หากหัวใจมิได้เย็นเช่นกระแสเสียง... รอยยิ้มหวานฉายทาบบนใบหน้าเนียนที่ได้เห็นนั้นดูจะทำให้ภายในจิตใจร้อนรุ่มอย่างประหลาด เด็กหนุ่มผมเขียวนิ่งงันด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น ด้วยทุกยามที่ดวงตาสีฟ้าคู่งามนั้นจับนิ่งที่ใบหน้าคมคายของชายตรงหน้า....ความรู้สึกในตอนนั้นร้อนรุ่มราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวไฟอย่างนั้น บางสิ่งบางอยากก้องกึกภายในใจ
...เทพธิดาตนนั้นเป็นของข้า....เป็นของข้าเพียงผู้เดียว!...
นับตั้งแต่รู้ว่าตนเองมีชีวิตขึ้นมา ข้าไม่เคยได้รู้จักคำๆนั้น และความรู้สึกบางอย่าง คำว่า “รัก” นั้นข้าไม่เคยรู้จักมันอย่างแท้จริง จนกระทั่ง
`...ข้าชื่อทิงเกอร์เบลล์...จากนี้ท่านเป็นนายข้า..'
`...นาย...งันเจ้าก็เป็นของข้าสิ...ใช่ไหม?...'
`...ใช่...ข้าเป็นของท่าน...ของท่านแต่เพียงผู้เดียว..'
แน่นอนความต้องการเขาก็มีดังเช่นชีวิตทั้งหลาย แต่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้มีให้กับคนเพียงคนเดียว ... กับร่างบอบบางตรงหน้า ถึงแม้จะไม่มีผู้ใดบอก แม้จะยังมีความคลางแคลงใจในความต้องการ แต่กระนั้นข้าก็แน่ใจอย่างที่สุดว่า ข้ามิได้เลือกผิดจากความต้องการของหัวใจ
`...อยู่กับข้านะทิงเกอร์เบลล์....อยู่เคียงข้างข้า...ตลอดไป.'
`...ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน....ทำเพื่อท่านแม้ลมหายใจสุดท้ายของข้า...ปีเตอร์..'
วงแขนโอบกอดร่างบอบบางในอ้อมแขนแน่นขึ้น...ร้าวรานในหัวใจอย่างไม่สามารถอธิบายได้...เห็นแก่ตัว...โหดร้าย...และโง่เขลา...นั่นคือสิ่งที่เขาเพิ่งรู้ตัว ลมหายใจและชีวิตของคนในอ้อมแขนที่ได้มาแม้ดีใจ...แม้ปรารถนา......แต่กลับเทียบไม่ได้สักนิดกับอีกชีวิตที่เสียไป ....ดวงตาสีเขียวหลับลงช้าๆ ดำดิ่งสู่ช่วงเวลาสุดท้ายแห่งชีวิต รับรู้ถึงกระแสวิญญาณที่วิ่งวนในกาย....
.... ทิงเกอร์เบลล์ข้ารักเจ้า ข้าหลงไหลในดวงตาหวานใสคู่นั้น หลงไหลในสำเนียงเสียงระรื่นหูทั้งเรือนกายนวลละมุน และทุกส่วนในกายนั้น....แม้จะรู้ดีว่าไม่อาจสมหวัง....แม้ข้างกายข้ามีใคร....พยายามแล้วที่จะลืมเลือน....พยายามที่จะให้เขาลบภาพเจ้าออกให้หมดใจข้า...ให้หัวใจข้ามีเพียงแต่นาง...หากข้ามิอาจทำได้...ข้ารักแวนดี้...เหมือนกับที่ข้ารักเจ้า....ข้าไม่อาจเสียใครไปแม้สักคน....ข้ารู้ดีว่าข้าเห็นแก่ตัว...และรู้ตัวเมื่อสายเกินไป.....สายเกินที่จะบอกให้เจ้าได้รู้...... เทพธิดาสีขาวบริสุทธิ์ผู้งดงาม ท่านจะเคยได้ยินเสียงร่ำร้องในหัวใจของข้ารึไม่ ? หัวใจที่มอบให้แก่เจ้าเพียงผู้เดียว…..
....เทพธิดางดงามที่แสนบริสุทธิ์บริสุทธิ์ของข้า...ความต้องการของข้าท่านบรรดาลให้เป็นดังที่หวัง ความหวัง ความใฝ่ฝันที่ถึงแม้จะรู้ดีว่าไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของ แม้สิ่งนั้นในความเป็นจริงจะเป็นดังเงามายาที่มิอาจแตะต้อง `ทิงเกอร์เบลล์’ ท่านจะรับรู้หรือไม่ว่าการที่ท่านกระทำเช่นนั้น หากมิใช่ท่านลงมือกระทำข้าคงไม่มีทางแม้แต่จะคิดถึงหนทางนั้น กับการที่ทำให้หัวใจของตนเองนั้นหายสาปสูญไป ...เหลือไว้เพียงภาพลวงในห้วงคำนึง...
사랑을 아직 난 몰라서
ซารางอึลอาจิก นัน มลราซอ
อาจเพราะฉันนั้นรู้จักรักไม่ดีพอ
더는 가까이 못가요
ทอนึนกากาอี มดกาโย
ฉันจึงเข้าใกล้มันได้แค่นี้
근데 왜 자꾸만
못난 내 심장은
คึนเด แว ชากุมัน มดนัน แน ชิมจังงึน
แต่ทำไมใจของฉันมันยังคงพองโต
두근거리나요
ดูกึนคอรีนาโย
และยังคงเต้นแรง
난 당신이 자꾸만 밟혀서
นันทังชินนี ชากุมัน พัลพยอลซอ
อาจเพราะว่าฉันนั้นยังคิดถึงเธอ
그냥 갈 수도
없네요
คือนยังกัล ซูโด ออบเนโย
ดังนั้นฉันจึงยังไม่ไปจากเธอ
이루어질 수 도
없는 이 사랑에
อีรูออชิล ซู โด ออบนึนนี ซารังเง
เป็นเพราะรักของฉันนั้นมันไม่อาจเป็นเรื่องจริง
내 맘이
너무 아파요
แน มัมมี นอมู อาพาโย
ฉันจึงเจ็บหัวใจมากเหลือเกิน
하루가 가고 밤이 오면
ฮารุกา คาโก พามี โอมยอน
เมื่อกลางวันหายไปค่ำคืนกลับมา
난 온통 당신 생각뿐이죠
นัน อนทุง ทังชิน แซงกักปุนนีโจ
ความคิดฉันยังเต็มไปด้วยเรื่องของเธอ
한심스럽고 바보 같은 날
ฮันชิมซือรอบโก พาโบ กัททึนนัล
ฉันนั้นโง่งมงาย ฉันนั้นเหมือนบ้าไป
어떻게 해야 좋을까요
ออตอดเค แฮยา โชฮึลกาโย
จะต้องทำยังไง ฉันไม่รู้เลย
마음이 사랑을 따르니
มาอึมมี ซารังงึล ทารือนี
ใจของฉันนั้นทำตามรักที่มี
내가 뭘 할
수 있나요
แนกามวอล ฮัลซู อิดนาโย
ตัวฉันนั้นจะต้องทำอย่างไร
이루어질 수도 없는 이 사랑에
อีรูออจิล ซูโด ออบนึนนี ซารังเง
เป็นเพราะรักของฉันนั้นมันไม่อาจเป็นเรื่องจริง
내 맘이 너무 아파요
แน มัมมี นอมู อาพาโย
ฉันจึงเจ็บหัวใจมากเหลือเกิน
하루가 가고 밤이 오면
ฮารุกา คาโก พามี โอมยอน
เมื่อกลางวันหายไปค่ำคืนกลับมา
난 온통 당신 생각뿐이죠
นัน อนทุง ทังชิน แซงกักปุนนีโจ
ความคิดฉันยังเต็มไปด้วยเรื่องของเธอ
한심스럽고 바보 같은 날
ฮันชิมซือรอบโก พาโบ กัททึนนัล
ฉันนั้นโง่งมงาย ฉันนั้นเหมือนบ้าไป
어떻게 해야 하나요
ออตอดเค แฮยา ฮานาโย
จะต้องทำยังไง ฉันไม่รู้เลย
내 아픔이 무뎌져 버릴 날이
แน อาพึมมี มูดยอชยอ บอริล นารี
เพราะค่ำคืนนั้นทำให้ความเจ็บปวดหายไป
언제쯤 내게 오긴 할까요
ออนเจจึม แนเก โอกิน ฮัลกาโย
เธอเหงาใจเมื่อไร ฉันอยู่เคียงข้างเธอ
한심스럽고 바보 같은 날
ฮันชิมซือรอบโก พาโบกัททึนนัล
ฉันนั้นโง่งมงาย ฉันนั้นเหมือนบ้าไป
어떡해 하란 말인가요
ออดตอกเค ฮารัน มัลรินกาโย
จะต้องทำยังไง ที่เธอพูดมา
ทัลบีชี นอมูนา โชฮวาซอ
อาจเพราะว่าจันทร์ทำให้ฉันชื่นใจ
그냥 갈 수가 없네요
คือนยังกัล ซูกา ออบเนโย
ดังนั้นฉันจึงยังไม่ไปจากเธอ
당신 곁에 잠시 누워 있을게요
ทังชิน กยอทเท ชัมชี นูวอ อิดซึลเกโย
แค่เพียงให้ฉันได้ชิดใกล้เธออีกแค่นี้พอ
잠시만 아주 잠시만
ชัมชีมัน อาชู ชัมชีมัน
สักพักพอ แค่เพียงเท่านี้พอ
Writer talk
แอบมาตอบค่าา
เราอาจจะเขียนงงไปหน่อยเลยรีไรท์ใหม่1 รอบ แก้ไม่เยอะหรอก เพราะเขียนได้เท่านี้แหละ 555+
คือจริงๆ แล้วปีเตอร์ไม่ได้ต้องการให้จียงตายตั้งแต่แรก แค่อยากให้สลบไป เพราะยังต้องใช้พลังของจียง แล้วก็อยากจัดการกับยองเบมากกว่า ประมานนั้น แต่ยองเบดันแปลงร่างซะก่อนเลยเป็นอย่างที่เห็น....
ส่วนเรื่องปีเตอร์รักใคร...อันนี้คือ เค้าคิดว่าเค้ารักแวนดี้...แต่ก็รักทิงเกอร์เบลล์เช่นกัน...แต่ด้วยความที่คิดว่าตัวเองรัก..และต้องการแวนดี้มากกว่า เลยทำร้ายทิงเกอร์เบลล์ และพอฟื้นขึ้นมาจริงๆ แม้จะดีใจที่ได้เจอแวนดี้ แต่พอรับรู้ว่าต้องเสียทิงเกอร์เบลล์ไป...ก็รู้ตัวว่าจริงๆ แล้ว ตัวเองรักใคร...แต่ก็สายเกินไปค่ะ^^
ส่วนเรื่องที่ยองเบหายไปไหน 555+ นั่นสิ หายไปไหนหว่า?
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ

ทำไม?????
จียงฟื้นเหรอ????
แล้วทิงเกอร์เบลยอมสละชีวิตเพื่อเจ้านาย
และสรุปว่า ไอ้เด็กเขียว(ปีเตอร์) รักใครกันแน่?
ปีเตอร์รักทิงเกอร์เบลเหรอ? อ้าว แล้วเวนดี้หล่ะ?
แสดงว่าเรื่องของปีเตอร์มันยังไม่จบง่ายๆสินะ
แล้ว...ยองเบหายไปไหน?
ทำไมจียงมาเดินได้
ก็ตอนที่แล้วจียงโดนแทงไม่ใช่เหรอ?
อ่า...งั้นรอตอนต่อไปนะค่ะ
ท่าทางไร้ท์เตอรคงจะยุ่งมากแน่ๆเลย
ขอบคุณที่ยังเอาตอนใหม่มาลงทั้งๆที่ยุ่งๆ
ขอบคุณอีกครั้ง
#1 By ♥Snow_G♥ on 2010-09-08 12:18