[Fic] ......The Fairy tales…..[Ep.15]

posted on 03 Sep 2010 06:20 by mini-gibbon  in Fic-FairyTales

 

 

Title: [Fic] ......The Fairy tales…..

Author: εїзYBGD Endless storyεїз™ 

Genre: YAOI Romance

Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]

SongSad thing - Coffee prince OST. 

Notes: Thank for all comment na ka!! ^^

 

 

 

                ร่างหนาเดินไปยังกล่องสื่อสารไร้สายที่อยู่ไม่ห่างก่อนจะกระชากฝาครอบของมันออก จากนั้นจึงลองกดรหัสบางอย่าง โชคเข้าข้างที่มันยังใช้การได้ดี ภาพโครงสร้างตึกฉายออกมาให้เห็น ยองเบพบว่าทางออกที่ใกล้ที่สุด อยู่ที่ปีกซ้ายของอาคาร นั่นหมายความว่าจำเป็นต้องฝ่าคนพวกนั้นกลับไปทิศทางเดิมอีกครั้ง ยองเบกดแป้นรหัสที่หน้าประตูอีกครั้ง ประตูก็เปิดให้เห็นทางเดินหินอ่อนเป็นเงาทั้งพื้นผนังเพดานต่อหน้า ทั้งคู่วิ่งไปตามทางเดินเรื่อยๆ ก่อนรับรู้ถึงสัญญาณบางอย่างที่ส่งมาจึงหยุดชะงัก ยองเบดึงมือเรียวของฝ่ายที่เดินตามหลังให้พ้นรัศมีลำแสงสีฟ้าจางที่ถูกปล่อยออกมา

 

"เก่งนี่! แต่ก็ได้แค่นี้แหละเจ้ามนุษย์!"  ฝ่ามือที่มีลำแสงสีฟ้าใสเคลือบอยู่อัดเข้าใส่กลางอกร่างหนาต็มแรงจนร่างที่ไม่ทันตั้งตัวนั่นกระเด็นไปกระแทกกำแพงเสียงดังสนั่น

 

"ยองเบ!!" เสียงใสกรีดร้อง พาร่างตัวเองไปยังกลุ่มกองหินนั้น

 

"ไม่ต้องห่วงหรอกแฟรรี่น้อย...ข้าไม่ให้มันตายตอนนี้หรอก...เรื่องมันยังไม่จบเลย"  เสียงแปร่งปร่าเอ่ยขึ้นราวกับสนุกสนาน

 

                ดวงตาสีชาของจียงเกรี้ยวกราดขึ้นทันที ก่อนพลังสีเข้มกว่าเมื่อครู่จะพุ่งตรงไปยังเจ้าของเรือนผมสีเขียว ในขณะที่มือเรียวอีกข้างวาดขึ้นสร้างเกราะใสเป็นโดมขนาดเล็กครอบตัวกองหินที่ถล่มเมื่อสักครู่ไว้ แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างของเด็กหนุ่มที่ที่พุ่งเข้าหาโดยมีประกายสีฟ้าจุดเล็ก ๆ อยู่ในมือข้างหนึ่ง ร่างโปร่งเพรียวกระโจนหลบไปด้านหนึ่งได้ทันก่อนลูกแสงจะถูกขว้างตรงมาแล้วระเบิดออก แรงระเบิดรุนแรงถึงขนาดทำลายพื้นหินยุบลงไปลึกเป็นวงกว้างในทีเดียว

 

"เก่งนี่...แต่คุณหนูแฟรรี่ผู้แทบไม่เคยใช้เวทย์อย่างเจ้าจะทนได้นานแค่ไหนกันเชียว?"

 

                ริมฝีปากเรียวกรีดรอยยิ้มบางขณะร่างสูงลอยขึ้นจากพื้น มือประสานกันเบื้องหน้าระดับอกดึงแยกออกจากกันปรากฏประกายสีฟ้าสว่างค่อยๆ ขยายขึ้นเรื่อยๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันขณะเตรียมตัวรับการปะทะจากลำแสงที่จะถูกปล่อยออกมา หากลำแสงกลับกระทบบางอย่างกระเด็นไปอีกทางก่อนจะถึงตัวจียง

 

                ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างเบิกกว้างขึ้นเมื่อมองสบเข้ากับร่างหนาที่เดินออกมาจากซากหักพังในมือข้างหนึ่งยังถือเศษซากของกำแพง...และอาจจะเป็นตัวที่ทำให้ลำแสงที่เขาปล่อยไปเมื่อครู่เปลี่ยนทิศทาง ริมฝีปากเรียวแค่นยิ้ม

 

“..อยู่เฉยๆ ก็ดีอยู่แล้ว ข้ายังไม่ต้องการให้เจ้าตายตอนนี้...หลบไปให้พ้น เจ้ามนุษย์"  ยองเบเพียงยิ้มน้อยๆ

"...ไม่!...ผมไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการอะไร...แต่ผมจะไม่มีวันทิ้งให้จียงต้องต่อสู้ลำพัง!"  ดวงตาสีเขียวหรี่ลงเล็กน้อย

ถ้าเจ้าว่าง่ายๆ คงดีกว่านี้ แต่ช่างมันเถอะ เมื่อเจ้าเลือกแบบนี้ ก็แค่ทำให้ข้ายุ่งยากขึ้นอีกนิดเท่านั้น

 

                ฝ่ามือเรียวตวัดขว้างลูกแสงกลมเข้าใส่ร่างบางที่พุ่งตรงเข้าหาพร้อมเวทย์ในในมือรวดเร็ว อีกมือที่ว่างกำกระชับดาบแสงที่เรียกขึ้นมา ก่อนพุ่งตัวเข้าหาร่างหนาที่ยืนรอพร้อมอยู่แล้วเช่นกัน

 

                หยาดเลือดกระเซ็นสาด จนต้องผิวหน้าเยาวว์วัย หากร่างนั้นก็มิได้ใส่ใจ แม้แต่จะปัดมันออกแม้ซักนิด ดวงตาสีเขียวเรืองโรจน์  จับจ้องนิ่งที่ร่างหนาที่หลบปลายดาบได้ว่องไวจนเขาสะกิดได้แค่ช่วงไหล่ถากๆ เท่านั้น ริมฝีปากเรียวเม้มแน่น เอี้ยวตัวหลบลำแสงสีฟ้าที่ถูกปล่อยมาจากร่างเพรียว พร้อมกับส่งพลังอัดกลับไป และต้องเบิกตากว้าง เมื่อร่างหนาที่หลบคมดาบของตัวเองเมื่อสักครู่ กระชากแขนเรียวให้หลบออกจากรัศมีของพลังได้ทันท่วงทีอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เด็กหนุ่มตวาดก้องอย่างหมดสิ้นความอดทน

 

"ในเมื่ออยากจะตายนักข้าก็จะสงเคราะห์ให้!! ข้าหมดความอดทนกับความดื้อด้านของเจ้าแล้ว!!"

 

                ฝ่ามือที่อาบแสงสีฟ้าตวัดสูงเตรียมดึงลงหาร่างที่อยู่ตรงหน้าเต็มแรง หากต้องชะงักเสียกลางคันเมื่อร่างบางที่เมื่อครู่ยังทรุดนิ่งกับพื้นปราดเข้าขวางหน้ารวดเร็ว

 

ข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าทำแบบนั้น!!" 

 

                จียงเปล่งเสียงตวาดกร้าวแม้ร่างกายจะสั่นสะท้านจากการใช้พลังงานเป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดมใสครอบคลุมสองร่างไว้ด้วยกันทันที ยองเบได้แต่มองหลังบางของคนที่ยืนบังเขาไว้ด้วยสายตาอ่อนโยน ดวงตาสีรัตติกาลเปลี่ยนเป็นสีม่วงลึกล้ำอีกครั้ง

 

                ดวงตาเขียวเบิกกว้างจ้องมองร่างตรงหน้านิ่ง ชั่วพริบตาคล้ายกับจะมองเห็นภาพอีกเหตุการณ์หนึ่งที่คล้ายกันซ้อนทับเข้ามา เห็นภาพของหญิงสาวผมสีน้ำตาลที่ซ้อนอยู่กับร่างตรงหน้า

 

"..แวนดี้...เจ้า...เจ้า..."

 

                เสียงแผ่วเบาหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากเรียวของเด็กหนุ่ม ดวงหน้าอ่อนเยาว์ทั้งสับสน ร้าวราน แม้จะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่จียงก็ใช้โอกาสนั้น รวบรวมพลังของตัวเอง พุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที!

 

"ไม่!! จียง อย่า!!!"

 

                เสียงทุ้มของยองเบตวาดก้องเพื่อหยุดการกระทำนั้นเมื่อเห็นว่าดวงตาสีเขียวเรืองรองราวกับรอเวลานี้ หากสายเกินไป ร่างเพรียวตรงเข้าประทะก่อนจะเบิกตาค้าง เมื่อรับรู้บางอย่างที่พุ่งทะลุเข้าสู่ร่างกายตน...ปลายดาบลำแสงอาบโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ดวงตาสีเขียวมองภาพนั้นนิ่ง

 

"...ความจริงก็ไม่อยากใช้วิธีนี้หรอกนะ...แต่ช่วยไม่ได้ เจ้าอยากดื้อเองนะแฟรรี่น้อย..."

 

                นาทีที่ร่างนั้นทรุดลงพร้อมกับหยดเลือดที่สาดกระเซ็น...ยองเบรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งในสมองขาดสะบั้นลง...หูไม่ได้ยินเสียงใด...ดวงตามีเพียงภาพร่างบอบางที่ค่อยๆ ทรุดลงกับกองเลือดเพียงเท่านั้น จิตใจราวกับจะเเตกสลายไม่อยากรับรู้ความจริงนั้น

 

"..ไม่...ไม่จริง...จียง...ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

 

                เสียงตะโกนก้องอย่างปวดร้าวดังกึกก้อง แสงเจิดจ้าพุ่งไปทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาสีเขียวได้แต่ตะลึงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ทันได้ตั้งตัวกับกระแสพลังรุนแรงที่ปะทะถูกร่างกระเด็นไปกระแทกกับผนังโลหะอย่างรุนแรงรวดเร็ว โลหิตแดงสดไหวซึมออกมาด้านข้างใบหน้า หากเด็กหนุ่มกลับไม่สามารถละสายตากับสิ่งที่เกิดขึ้นได้แม้สักวินาที

 

.............................................

 

                ท่ามกลางแสงเจิดจ้า ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นโดยไม่มีใครได้ทันรู้ตัว มังกรขนาดใหญ่ ดวงตาเรียวสวยสีเลือดมีขีดนัยน์ตาสีดำเส้นบางอยู่ตรงกลาง ใบหน้าเรียวได้รูป ส่วนปลายงุ้มลงเล็กน้อยคล้าย จงอยปากนก หางเรียวยาวผิดปกติส่วนปลายมีแก้วผลึกสีม่วงดำใสนูนเป็นแฉกเล็กๆ โดยรอบ ตั้งแต่หัวจรดหางเป็นสีดำสนิทไม่มีสีอื่นเจือปน ร่างนั้นค่อยๆ จางหายเป็นกลุ่มควันลอยเข้าไปในร่างที่ลอยคว้างกลางอากาศราวกับไม่รับรู้สิ่งใด...

 

                 ดวงตาสีรัตติกาลค่อยเปลี่ยนเป็นสีม่วงลึกล้ำก่อนจะปิดลง เสื้อผ้าที่ยังสวมติดเริ่มปริขาดเป็นแค่เศษผ้า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อสวยงามสมชาย ผิวหนังด้านหลังมีบางสิ่งดุนดันออกมา ก่อนจะแผ่ขยายเป็นปีกขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดเล็กๆ แนบเนื้อหนังแข็งแต่หยุ่น มีจงอยเล็บอยู่บริเวณปลายยอดด้านบนข้อต่อพับปีก เขาสีดำวาวบิดเป็นเกลียวขมวดลงใต้ใบหูสองข้าง...ผิวขาวกลับยิ่งดูขาว ริมฝีปากอิ่มเป็นสีจัด...ทั้งงดงาม...และน่าสะพรึงกลัวไปพร้อมๆ กัน

 

                แสงสว่าง เจิดจ้านั่นค่อยๆ อ่อนแสงลง หลงเหลือเพียงกลุ่มควันจากเศษซาก และสิ่งต่างๆ ที่ถูกแผดเผาด้วยรังสีร้อนแรง เรือนผมสีดำสนิทลู่ไปตามแรงลม ดวงตาที่ปิดสนิทเมื่อครู่ค่อยๆ เปิดออก ตวัดมามองร่างที่ยังกองอยู่บนพื้นไม่ห่างจากร่างตน...เด็กหนุ่มมองภาพที่เห็นด้วยความตกตะลึง ดวงตาที่เคยเป็นสีม่วงลึกล้ำคู่นั้นแปรเปลี่ยนสีม่วงเหลือบแดงเย็นชา น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ ริมฝีปากอิ่มแดงจัด เอื้อนเอ่ยวาจา...

 

 

 

               "...มนุษย์เอย....สิ่งใดคือนิรันดร์กาลอันไม่อาจแปรเปลี่ยนไป? วิทยาการอาจดึงรั้งไว้เพียงร่างกาย เก็บไว้ซึ่งปัญญา...เหล่าผู้แสวงหาความเป็นนิรันดร์เอย สุดท้ายก็ไม่อาจค้นพบนิยามอันเป็นนิรันดร์ที่พวกเจ้าทั้งหลายแสวงหา....นิรันดร์กาล ช่วงยามที่ไม่อาจหาที่สิ้นสุดได้...ชีวิตนิรันดร์ การคงอยู่ที่มิอาจสิ้นสลาย ผู้แสวงหานิรันดร์ทั้งหลาย เหล่าสรรพชีวิตที่ไม่ปรารถนาการสิ้นสุญหารู้ไม่ว่าพวกเจ้าได้ครอบครองนิรันดร์ไว้ ไม่รู้แม้ได้ไว้ซึ่งสิ่งที่ผู้มีชีวิตนิรันดร์ไม่อาจครอบครอง....พวกเจ้าอาจสูญสลายลงสู่พื้นดิน แต่ก็จะกำเนิดใหม่จากแผ่นดินนั้น พวกเจ้ารู้ว่าชีวิตต้องจบลงซักวัน ดังนั้นจึงพยายามดิ้นรนขวนขวายให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่รู้หรือผู้แสวงหา ? ว่าพวกเจ้าครองชีวิตนิรันดร์ไว้ด้วย ' ตัวเจ้า ' หากเจ้าจารึกนามไว้ สู่สายโลหิตตน คุณความดีจากการกระทำเป็นความจีรังมีรักนิรันดร์ที่มิคลาย รวมทั้งได้รับความตายนิรันดร์!”

 

 

 

                ร่างเพรียวผงะไปเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถูกส่งออกมาจากร่างของชายตรงหน้า ดวงตาสีเขียวเปล่งแสงสว่างวาบดึงสายพลังสีฟ้าเพื่อปกป้องร่างตน หากไร้ผลเมื่อแรงกดดันมหาศาลนั้นเพิ่มมากขึ้นทุกที พร้อมกับที่สิ่งของรอบข้างถูกบางสิ่งกระแทกรุนแรงไม่เว้นแม้กระทั่งร่างของตนที่ยังคุดคู้อยู่กับที่ตรงนั้นก็ กระเด็นไปอัดกับกำแพงโลหะ และยังถูกอัดซ้ำเข้ามาอีกเป็นระลอกไม่มียั้ง ไม่มีโอกาสแม้เพียงเปล่งเสียง

 

 

                ร่างเพรียวที่ถูกตรึงอัดกับพนังเปล่งเสียงร้องลั่นพร้อมกับเสียงลั่นกระดูกแขนแตกละเอียดทั้งสองข้างให้ได้ยิน กระแสพลังที่พุ่งออกจากร่างนั้นพุ่งเข้าปะทะผ่านร่างกายราวคมมีดเฉือนจนโลหิตสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว เมื่อแรงอัดหายไปก็ทำได้เพียงทรุดตัวลงกับพื้นมองร่างที่ก้าวเท้าเข้ามาช้า ๆ เท่านั้น

 

                ริมฝีปากแดงจัดเหยียดยิ้มพึงพอใจดูเย็นยะเยือก เหนือฝ่ามือมีกระแสน้ำวนลอยกลิ้งไปมา สายน้ำเหนือฝ่ามือลอยขึ้นเหนือร่างที่ไร้เรี่ยวแรงบนพื้น ฝนเข้มห่าใหญ่พุ่งตรงลงมาเฉือนซ้ำบาดแผลเดิมทั่วร่างที่ชาจนแทบไม่รับรู้ความเจ็บปวดอยู่ครู่ใหญ่พร้อมเสียงร้องก้องกังวานของร่างบอบบางงดงามที่ยังคงลอยนิ่งท่ามกลางน้ำยาสีเหลือง ในห้องใต้ดิน!!

 

 

                ดวงตาสีเขียวหรี่ปรือ ลมหายใจติดขัดและเลือดอุ่น ๆ ที่ไม่ยอมหยุดรินไหลจากบาดแผลที่เกิดขึ้นบ่งบอกเวลาที่ใกล้หมดลงไปทุกที แม้จะเจ็บปวดแทบขาดใจ แม้ว่าร่างกายราวกับจะแหลกสลาย หากขาทั้งสองยังคงพาร่างตรงไปยังห้องนั้น ไปหยุดข้างเตียง ซึ่งผู้เป็นที่รักนิทราอย่างสงบบนที่นั้น ฝ่ามือเรียวที่ยังคงเปื้อนสีโลหิต ไล้แผ่วเบาที่ข้างแก้มใส ก่อนจะรับรู้ถึงลมหายใจของตนที่แผ่วล้าลงทุกที ร่างเพรียวลดกายลงนอนเคียงข้างนาง ปิดดวงตาของตัวเองลงไร้เรี่ยวแรงแม้แค่เพียงเอ่ยคำร่ำลาใด

 

 

        ...........ครั้งหนึ่ง ช่วงเวลานั้นทำให้ได้รู้จักถึงความรู้สึกที่อยากเก็บไว้นิรันดร์ .....หากไม่อาจทำได้....เคยคิดว่าสิ่งที่รออยู่ยามเมื่อเหยียบย่างลงสู่แผ่นดินนี้คือความสุขของผู้อยู่เคียงข้าง หากสายเกินไป....ช้าเกินไป....ที่มารู้เอาความผิดพลาดในยามที่สูญเสียทุกสิ่งไปสิ้น....อีกสักครั้งที่อยากจะรับรู้ถึงความอบอุ่นของอ้อมแขนนี้....อยากฟังเสียงเรียกขาน ด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน....เรียกสิ.... เรียกข้า ขนานนามของข้าด้วยสรรพสำเนียงของเจ้า ถ่ายทอดความอ่อนโยนลงในหัวใจของข้า เช่นในยามที่โอบกอดบอกเล่าเรื่องราว อยากที่จะรับรู้ถึงความเป็นมนุษย์ของตนเช่นยามที่เจ้าอยู่ข้างกาย ถึงแม้จะรู้ดีว่า..... ความต้องการนับแต่ข้อแรกจนสุดท้าย....ไม่อาจเป็นจริง...

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

งื้อจียงจะเปนไรมั้ยอ่า

น้องจีใจร้อนไปหน่อย

พี่เบ้ต้องช่วยน้องด้วยนะ

ห้ามเศร้านะฮึก(ร้องไหล่วงหน้า)

กอดไรตเตอร

ตอน16(อินี่ทวงจริง555)

#1 By tempglover (1.46.115.188) on 2010-09-03 08:25

โอ๊ะ!!!! >0< เศร้า ไม่จริง!!!!
จียง คุณแฟรี่น้อยยยยย ไม่เป็นอะไรนะ
งือออออ T^T อย่าเป็นอะไรไปนะ !!!!

มาต่อตอนหน้าด่วนๆเลยค่ะ
อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อ
ไอ้เด็กปีศาจ ตกลง ตาย?
แล้วทิงเกอร์เบลหล่ะ?
แล้วแวนดี้หล่ะ?

ยองเบต้องช่วยจียงได้แน่ๆ
อ๊ากกกกก
ยอเบตอนโมโห เท่ห์สุดๆเลยอ่ะ
แปลงร่างได้ด้วยอ่ะ เท่ห์ๆๆๆ เท่ห์ ๆๆๆ

แต่มาต่อไวๆนะค่ะ นะ นะ นะ
*อ้อน* ขอบคุณค่ะ

#2 By ♥Snow_G♥ on 2010-09-03 11:46

จียงเป็นอะไรอ้ะ
แล้วยองเบจะช่วยจีได้ไหม
อย่าเป็นอะไรเลยนะ
ขอร้องๆๆอย่าเศร้านะ
ตอนยองเบโมดหน่ากลัวมากๆ
รอตอนหน้านะค่ะมาต่อไวๆๆนะ

#3 By ~Nut~ (125.24.116.59) on 2010-09-03 13:47

โอ้ย อ่านแล้วเครียด
รู้สึกเหมือนอะไรหนักๆกดทับขึ้นทุกที
คือเดาไม่ถูกว่าเรื่องมันจะเป็นไงต่อ
ตั้งกะตอนแรก จนถึงตอนนี้ (แอบเลวมาเมนต์นี่เลย)
ยิ่งช่วงไอ้คำบรรยายเยอะๆยิ่งเครียด เพราะต้องค่อยๆอ่าน แต่ก็ลุ้นว่าจะเป็นไงต่อนะ
สงสัยอ่านฟิคเบา บรรยายน้อยๆจนชิน
แต่สนุกมากเลยน้าา เป็นแนวใหม่ๆเนอะ
เน้นเรื่องราวเยอะ ลุ้นตามมาก
แต่เชื่อว่าไรเตอร์ใจดี ไม่ทำร้ายรีดเดอร์หรอกนะ
พี่เบ้เรื่องนี้เท่ห์จัง อยู่กับจียงเป็นเทวดาเชียว
แต่ชอบตอนเบ้โหดอะ มันเท่ห์โฮกกกกกกกกกกกก
ดาร์กมากกกกกกก
อ่านรวดเดียวตาแฉะ เห็นแนวโน้มว่าไม่ดองถึงกล้าอ่านนะ อิอิ ชอบฟิคของไรเตอร์มากมายค่ะ ขอบคุณนะคะที่แต่งมาให้อ่านและอัพสม่ำเสมอ (อันนี้รักมาก)จะค่อยติดตามตอนต่อไปค่ะ

#4 By far (125.26.111.61) on 2010-09-03 16:14

แงงงงงงงงงงงงงงงงงง
จียง จียง จียง
จียงจะเปนไรมั้ย
เกลียดปีเตอร์อ่ะ
ทำจียงแบบนี้ทำไม
ยองเบช่วยจียงที
แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

#5 By mayyong (124.120.86.2) on 2010-09-03 17:50

จ...จ...จีโดนแทง =[]=
ใจร้อนไปหน่อยนะแฟร์รี่น้อย
แต่ก็เพราะเป็นห่วงทยบ.สินะ

ปีเตอร์ บอกได้คำเดียว แกเลวมาก - -

ทยบ.แปรงร่าง.......










โอ้วววววววว เท่ย์เว่อร์ค่ะ~~



มันจะเศร้าใช่มั้ยคะ?

รอตอนต่อไปนะค้าาา

ขอบคุณสำหรับอีกตอนค่ะไรตเตอร์ ><

อ๊ากกกก ลุ้นนนน =[]=

ปล. ปลื้มอ่ะ จขบ.ไปเม้นบล๊อกเราด้วย
แบบว่าๆ แอบปลื้มจขบ.อยู่นิดนึงด้วยล่ะค่ะ -3-

#6 By +::지-드래곤 Number7::+ on 2010-09-03 20:48

ขออภัยจากใจที่จะบอกว่า อ่านรวดเดียว15ตอน+เมนท์เลยนะคะ 555555 มันหยุดไม่อยู่แล้วจริงๆ ดีใจมากๆที่มีเวลามานั่งอ่านเรื่องนี้สักที รออยู่แสนนานกับวันว่าง หาไม่เจอรุย ToT วันนี้เจอเลยรีบมานั่งอ่าน ยังคงไม่ผิดหวังเช่นเคย งื้ดดดดดดดดดด

ยองเบอบอุ่น แข็งแกร่ง และแบบ....พระเจ้า นี่แหละทงยองเบ คือยอมทุกอย่างเพื่อจียงแล้ว ปกป้องทุกอย่าง ห่วงทุกอย่าง ดูแลทุกอย่าง แบบ อร๊ากกก พระเจ้า ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งยองเบมาให้จียง งื้ดดดด

แอบชอบจียงลุคนี้ อิอิ มันดูหยิ่ง อารมณ์แบบ มั่นใจว่า ชั้นสวย ชั้นเริ่ด ชั้นหยิ่ง ชั้นไม่แคร์ใคร อร๊ายยย ชอบจริงอะไรจริง อิอิ แต่ก็ยังซ่อนความหวานไว้เสมอ เมื่ออยู่กับยองเบ ยังไงจียงก็คือจียง ยังคงความน่ารักและความหวานไว้เสมอ

ฉากจูบตอนพระอาทิตย์ขึ้น โฮกกกก ติดตาตรึงใจแบบ แอร๊ยยยยยย รอมานาน มาถึงแล้ว แม้จะแค่ฉากเดียว แต่ซึ้งใจกันไปอีกนาน 55555555

ดาร์ก ชอบบบบบ ดาร์กดูน่ารัก(แกเคยเห็นรึ) ดูเท่ด้วยอะ โฮกกกกกกก ขนปุยๆ ตาสีแดง อร๊ายยยย ครึ่งนึงของยองเบ ชอบคำพูดพี่แกตอนที่พูดกับดาร์ก โฮกกก ไม่ต้องห่วง ยังไงเราก็คือครึ่งนึงของกันและกัน หรืออะไรสักอย่าง อร๊ายยยยย ทิ่มแทงมากลางใจกันเลยทีเดียว ชอบอ่าาาาาาาาาา

ณ อารมณ์ตอนนี้ เว้ยยยยยยยย อย่าเป็นอะไรนะจียง งื้ดดดดดด อย่าทิ้งยองเบไปนะ แง๊ๆๆๆๆๆ ยองเบต้องช่วยจีให้ได้เลยนะ งื้ดดดดด ชอบมว๊ากกกก ตอนที่โมโหแล้วแปรงร่าง พระเจ้า อะไรมันจะหล่อปานนั้นคะ พระเอกสุดๆแล้ว

อย่าให้ลุ้นนานนะคะ เดี๋ยวเหนื่อย 55555
รอตอนต่อไปค่ะ^^

#7 By icypumpkin on 2010-09-03 21:03



ยองเบทำไมปกป้องจียงไม่ได้ล่ะ


เคืองแล้ว !


_*_

#8 By natsu (58.10.13.70) on 2010-09-05 16:57