[Fic] ......The Fairy tales…..[Ep.8]
posted on 02 Aug 2010 06:03 by mini-gibbon in Fic-FairyTalesTitle: [Fic] ......The Fairy tales…..
Author: εїзYBGD Endless storyεїз™
Genre: YAOI Romance
Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]
Song : You’re my.. - Taeyang
Notes: Thank for all comment na ka!! ^^
เคย . . ได้ยินบ้างหรือไม่ ถึงการสั่นไหวของผืนแผ่นดิน รวมถึง ...... การแปรเปลี่ยนที่สืบเนื่องจากเวลาที่ผ่านเลย ช่วงยาม .... ได้ผันแปร ....เสียงท้องฟ้า มวลเมฆาเริ้มหมุนวน แปรเปลี่ยน .... กลับกลายสุริยันสู่จันทรา ....การเปลี่ยนแปลง รุ่งทิวากระจ่าง .....สู่ราตรีประดับดารา... ใช่ .... ไม่มีหนทางใดจะยับยั้งการเปลี่ยนแปลง...กาลเวลา .... การเคลื่อนไหว .... ไม่มีสิ่งใดจะหยุดอยู่เฉกเช่นเดิม…
แสงดาวระยับตาค่อยค่อยเลือนหาย เมื่อแสงทองแห่งอรุณรุ่งเริ่มสาดส่อง เปลี่ยนฟ้าสีกำมะหยี่ดำสนิทให้กลายเป็นสีส้มนวลตา เผยให้เห็นทะเลหมอกเบื้องล่างที่ห่มคลุมยอดเขาสูงชัน แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มสาดจากขอบฟ้าไล่พื้นหิมะแนวยาวราวกับแสงยามเช้ากำลังทักทายทุกสรรพสิ่ง มันสวยอย่างบอกไม่ถูก เรียบง่าย บริสุทธิ์ ดูแล้วรู้สึกสงบ สายลมยามเช้าที่พัดมาพร้อมนำพาความสดชื่นของรุ่งอรุณ แดดอ่อนๆ อุ่นๆ สาดส่องมาโลมไล้ยอดดอยสูง … ลมพัดหวีดหวิว สายหมอกขาวเริ่มโน้มตัวคล้อยต่ำ ดั่งจะหลีกทางให้พระอาทิตย์ลอยขึ้นสูง
“สวยจัง” เสียงอุทานดังมาจากสองร่างที่เคียงข้างกัน บนหมู่มวลทะเลหมอกเงียบสงบที่ห่างไกลจากผู้คนและความวุ่นวาย
"ใช่ไม๊ล่ะ! บอกแล้วให้ขึ้นมามองบนนี้ มองที่พื้นจะไปสวยอะไร๊!" เสียงใสเอ่ยเอาความดีความชอบทันที
"มันก็ช่ายยยย แต่ถ้าใครมาเห็นเข้ามันจะยุ่ง!"
"รู้แล้วน่าา ก็มีเวทย์พรางตาให้แล้วไง ไม่มีใครเห็นหรอก อ๊ะนั่น! ยองเบ พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว"
มือเรียวเขย่าแขนอีกฝ่ายที่หันไปมองตามทิศทางที่คนพูดบอกด้วยอาการดีอกดีใจไม่ต่างกัน ก่อนสายตาทั้งคู่จะอ่อนแสงลง อ่อนโยน เก็บภาพความงดงามที่เห็นไว้โดยไม่ให้คลาดสายตา ในยามที่ดวงตะวันค่อยๆ สาดส่อง แย้มตัวปล่อยให้ลำแสงแรกส่องลงมากระทบทะเลหมอกหนาทึบด้านบนของทิวเขาที่สลับซับซ้อน คล้ายแผ่นดินย่นยับสีขรึม … แสงสีส้ม เหลือง ทอง ผสมกันอย่างลงตัวออกมาเป็นภาพเรืองรองของรุ่งอรุณที่งดงามในทิศทางที่ตรงข้ามกับพระจันทร์ งดงามจนยากจะถอนสายตา
สายลมเอื่อยๆ พัดปอยลมเส้นเล็กสีเข้มให้คลอเคลียอยู่กับแก้มขาวใส ดวงตาเรียวสวยกวาดมองไปยังภาพเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยความสวยงามซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากธรรมชาติ...หากความมหัศจรรย์ของสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยสดงดงามอย่างไร้ที่ติเพียงสิ่งเดียว.. แต่ยังเหมือนกับว่าธรรมชาติมีอำนาจพิเศษสามารถกล่อมเกลาจิตใจของคนเราให้หลุดพ้นจากเรื่องราวอันซับซ้อนวุ่นวายต่างๆ จากโลกภายนอก.. สงบและสบายใจ...ราวกับถูกสะกดด้วยภาพความงดงามเหล่านี้...
จวบจนกระทั่งเจ้าของดวงตาสีรัตติกาลรู้สึกตัว หันมามองอีกฝ่ายที่ยังคงเหม่อมองภาพความงดงามนั้น โดยไม่รู้ตัวเลยว่า....ยามที่แสงสีทองที่ส่องกระทบเรือนกายนั้นช่วยขับให้รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนดวงหน้าใสน่าหลงใหลมากยิ่งขึ้น มีเสน่ห์น่าดึงดูดยิ่งกว่าสิ่งใด หลอกล่อให้ผู้พบเห็นยอมได้แม้กระทั่งจิตวิญญาณเพื่อให้ได้มาครอบครอง
ปลายนิ้วแตะลงแผ่วเบาที่แก้มใส สัมผัสอ่อนโยนถนุถนอมก็เพียงพอเรียกให้ดวงตาสีชาหันกลับมามอง ริมฝีปากเรียวยังคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาสองคู่สอดประสานสบกันนิ่ง ต่างฝ่ายต่างนิ่งงัน ความรู้สึกแสนหวานหลั่งไหลท่วมท้น ปลายนิ้วแกร่งเกลี่ยผมที่เริ่มเปียกชื้นจากไอหมอกออกจากใบหน้าใส มือสองข้างประคองที่ข้างแก้ม ก่อนที่ริมฝีปากแดงจัดจะโน้มเข้าแตะที่หน้าผาก.....และ เรื่อยมาที่เปลือกตาสองข้าง แผ่วเบาอบอุ่นนุ่มนวล ดวงเรียวสวยหรี่ปรือลงช้าๆ ก่อนจะหลับลง ยินยอมรับความรู้สึกจากอีกฝ่ายที่มอบให้โดยดี....
ในครั้งแรกที่ริมฝีปากร้อนผะผ่าวแตะลงที่ริมฝีปากบางเหมือนจะลองสำรวจดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายนั้น มันทำให้ร่างบางสะดุ้ง ก่อนจะยอมรับโดยดุษฎีเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนประทับนิ่งลงมาอีกครั้ง ปลายลิ้นนุ่มนวลที่เพียรพยายามโลมไล้ ให้ร่างบางยอมรับรสสัมผัส และค่อยๆ เก็บเกี่ยวเอาความหอมหวานจากโพรงปากชื้นทีละนิดๆ โดยไม่เร่งเร้าการตอบสนอง ร่างบางเองก็เปิดรับและซึมซับเอารสชาติอันหวานเชื่อมดุจน้ำผึ้งที่อีกฝ่ายมอบให้โดยไม่รู้ตัว ด่ำดิ่งความรู้สึกลงสู่สัมผัสอันอ่อนโยนและเบาหวิวราวกับกำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าหากทว่ากลับซ่อนเร้นความเร่าร้อนไว้ภายในจนหัวใจแทบหลอมละลาย
ยองเบจูบซับความหวานจากร่างบางอย่างอ่อนโยน ไม่เรียกร้องเร่งเร้าแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นปลอบประโลม....สัมผัสภายในเรียวปากอิ่มร้อนแสนหวาน ด้วยความรู้สึกอ่อนหวาน ปราศจากอาการจาบจ้วงและเห็นแก่ตัว มือแกร่งโอบรัดแผ่นหลังบางไว้ ลูบไล้แผ่วเบาอย่างหลงใหล ต่างฝ่ายต่างวนเวียนสัมผัสหาความหวานของอีกฝ่าย เป็นนาน หลงใหลอยู่ในวังวนแห่งความรู้สึกลึกล้ำจนแทบไม่ได้สติ เคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสนุ่มนวล ที่ร่างตรงหน้ามอบให้ จากส่วนลึกสุดของความรู้สึกที่เก็บไว้ภายใน...
จนกระทั่งลมหายใจดูราวกับจะถูกช่วงชิงไปทั้งหมด มือเรียวจึงทุบเบาๆ ให้อีกฝ่ายยอมถอนริมฝีปากที่ครอบครองออก...และแตะลงแผ่วเบาที่หน้าผากเนียนอีกครั้ง.....แพขนตาสวยค่อยๆ ขยับขึ้นช้าๆ เมื่อความอุ่นตรงริมฝีปากเริ่มจางหายไปหลงเหลือไว้เพียงไอร้อนจัดที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า...และความอิ่มเอมเต็มตื้นไปด้วยความสุขจากรสสัมผัสที่ได้รับแผ่ซ่านไปถึงหัวใจ มันอบอุ่นอ่อนหวานละมุนละไม จนไม่สามารถจะถ่ายทอดเป็นคำพูดให้ใคร ๆ รับรู้ได้
ณ เวลานั้น สำหรับยองเบแล้ว อยากให้เวลาที่แสนสุขนี้หยุดอยู่กับที่ ให้โมงยามหยุดลง ณ ที่นี้ ให้ได้โอบกอดร่างนี้ไว้แนบกายชั่วนิรันดร์........ ไม่อาจเลือกได้ว่าควรทำเช่นไร......ดีหรือหากจะโกหกต่อไป..... รู้ดีว่าไม่อาจเฉลย......ทำได้เพียงรอรับทัณฑ์สุดท้ายที่จะปลิดชีวิตตน.....ผิดไหม?....ที่ไม่อยากให้วันพรุ่งนี้มาถึง
สิ่งที่ถูกปล่อยออกไปสู่ภายนอก ไม่มีวันหวนกลับคืนเช่นเดิม... แก้วที่แตกร้าว ไม่อาจสมานคืน กระนั้นก็ยังลังเลที่จะทิ้งไป... ของสำคัญ สิ่งอันเป็นที่รัก ต่อให้ตระคองกอดไว้นั้นอ้อมแขนทั้งสอง...ก็ไม่อาจมั่นใจได้แน่นอน...ว่า...จะไม่สูญหายไปจากหัวใจ... ไม่อาจปล่อยไว้...รึเพียงทำใจต่อการสูญเสีย...ไม่เคยคิดถึงการปราศจากสิ่งนั้น...อยากจะเก็บกอดผู้เป็นที่รักไว้...ไม่ว่าใครก็คงคิด กระทำไม่ต่างกัน... ยิ่งทะนุถนอม...ก็ยิ่งไม่อาจคิดถึงการจากพราก...ดับสูญ...สิ้นสลาย...ช่วงกาลไม่อาจย้อนคืน...ทำได้เพียงเหลือไว้ในภาพฝันนิรันดร์..เท่านั้นเอง...
เสียงของถูกปัดตกจากโต๊ะอย่างแรงจนเหล่าผู้คนในชุดกราวน์ที่นั่งประจำหน้าจอคอมพิวเตอร์มองที่มาของเสียงด้วยความพรั่นพรึง เด็กผมดำสบถดวงตาสีเขียวลุกโพลงเมื่อมองกราฟในจอภาพตรงหน้า
" ทำไมยังไม่เจอ..! " ชายในร่างหนุ่มน้อยตะโกนกร้าว ชายวัยกลางคนที่ยืนเบื้องหน้าได้แต่หลบสายตาเมื่ออีกฝ่ายจ้องมาอย่างต้องการคำตอบ
"...เอ่อ...คือเราไม่สามารถจัญสัญญาณเวทย์ได้เลยครับท่าน...ไม่ว่าจะขยายพื้นที่ค้นหาไปมากขนาดไหนก็ไม่เจอ" ร่างของเด็กหนุ่มค่อยละสายตากลับไปมองกราฟอีกครั้ง
" มันมีอะไรผิดพลาดตรงไหน…หนังสือภูติถูกเปิดมาเป็นครึ่งปี ทำไมยังจับสัญญาณเวทย์ไม่ได้!!? "
เสียงของเด็กหนุ่มเบาลงราวกับรำพันกับตัวเอง มั่นใจว่าอุปกรณ์ของตนไม่มีทางผิดพลาด...แล้วทำไม? คิ้วเข้มขมวดชิด พยายามทบทวนถึงข้อผิดพลาดที่น่าจะเกิดขึ้น ปลายนิ้วเรียวกดลงบนแป้นของแผงควบคุมที่สร้างขึ้นมาเองกับมือ เพราะรู้ดีว่า ไม่ใช่เพียงเครื่องจักรทั้งหลายแหล่นี่หรอกที่ทำให้เขาเชื่อมั่น แต่ไอสีฟ้าจางๆ ที่ส่งผ่านมาจากหลอดแก้วขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนไว้นั่นต่างหาก เปลือกตาปิดลงช้าๆ ดูดซับแสงสีฟ้านั่นพลางปล่อยให้มันเคลื่อนที่ไปรอบเครือข่ายี่สร้างไว้ หากยังไม่ทันทำได้มากน้อยเท่าไหร่เสียงสัญญาณฉุกเฉินก็ดังก้องเรียกให้ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นในทันที ดวงตาสีเขียวตวัดผละไปและเต็มไปด้วยแววไม่พอใจเมื่อร่างกำยำร่างหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“มีอะไร ?! “ กระแสเสียงตวัดห้วนดังก้อง
"จับสัญญาณได้แล้วครับ!" ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างรอยยิ้มพึงใจปรากฎที่ริมฝีปาก
"ดี! พาข้าไปดูเดี๋ยวนี้!"
ห้องขนาดใหญ่ที่มืดครึ้มเย็นเยียบ มีเพียงแสงสว่างรำไรจากจอมอนิเตอร์ต่าง ๆ ให้สามารถมองเห็นสภาพภายในได้ลาง ๆ ขวดแก้วบรรจุของเหลวใสหลากสีวางเรียงรายบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบขณะที่มัดสายไฟจำนวนมากทอดไปบนพื้นดูระเกะระกะรกตา เสียงฟองอากาศผุดอยู่ภายในหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีฟ้าใสหลอดใหญ่ดังให้ได้ยินอยู่เป็นระยะ
ชายหนุ่มหย่อนกายลงนั่งกับเก้าอี้โลหะโค้งเย็นเฉียบ กล่องโลหะที่วางไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ ถูกนำมาสวมพร้อมกับจอภาพปรากฏขึ้นต่อหน้า ค่อยชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สองร่างเคียงข้างถ่ายทอดความรู้สึกแสนหวานให้กันและกันเหนือหมู่ทะเลหมอก ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนงดงาม ทำให้ริมฝีปากมีรอยเหยียดยิ้มกึ่งขบขำหากดวงตาแฝงแววหม่นหมองฉานชัดขณะจ้องมองภาพที่ปรากฏบนจอมอนิเตอร์ตรงหน้านิ่ง
“...ในที่สุด...ข้าก็เจอจนได้....ช่างมีความสุขเหลือเกินนะ...แฟรรี่น้อย”
กระแสเสียงต่ำทุ้มหลุดออกจากริมฝีปากเรียวเนิบช้าปะปนเสียงหัวเราะที่ฟังดูกึ่งสมเพชเย้ยหยัน ไม่ใช่ร่างในจอภาพหากเป็นตนเองที่อยู่ตรงนี้ต่างหากที่น่าสมเพชอย่างที่สุด ฝ่ามือเรียวเลื่อนขึ้นเสยเส้นผมที่ระใบหน้าขึ้น
“น่าอิจฉาจริง ๆ ข้าน่ะ ไม่มีโอกาสได้สัมผัสไออุ่นจากร่างนั้นอีกแล้ว ที่จริง....ก็ไม่ได้อยากทำหรอกนะแต่มันช่วยไม่ได้ ข้าจำเป็นต้องทำ...เพราะข้าเองก็อยากกอดดอกไม้งามของข้าเช่นกัน...”
ดวงตาสีเขียวกวาดมองภาพตรงหน้านิ่งอีกครั้ง แสงอาทิตย์ในภาพ โผล่พ้นกลุ่มหมอกขึ้นมาจนเต็มดวงแล้ว แสงทองเริ่มร้อนแรงขึ้นจนกลายเป็นสีส้มจัด คนทั้งคู่จึงหายลับไปจากจอภาพ หากคนที่มองยังไม่ขยับ จนคนที่รายล้อมพากันตึงเครียด ไม่แน่ใจนักว่าร่างนั้นกำลังคิดอะไรกันแน่ จนในที่สุด เสียงเรียบค่อยเอ่ยออกมา แม้สายตาจะยังไม่ละจากจอภาพ
"...ตามจับสัญญาณ ฉายภาพมาให้ชัด ตามตัวมาให้เร็วที่สุด!!"
ในคฤหาสน์หินขนาดใหญ่ ภายในห้องกว้างที่จัดแต่งด้วยผืนผ้าไหมทอมือ เสียงเครื่องกลและเสียงฟองอากาศจากภายในหลอดแก้วใสดังผ่านความเงียบภายในห้อง ดวงตาคมกริบสีเขียวจ้องมองร่างเล็กของหญิงสาววัยแรกรุ่นภายในหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีชมพูจางใสนิ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้น เปลือกตาปิดลงสนิท
"มองข้าอยู่หรือเปล่า ?......อีกไม่นานแล้วนะคนดี...อีกไม่นาน....ข้าจะมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับเจ้าด้วยมือของข้า... เวนดี้....ดอกไม้งามของข้า...." ฝ่ามือเรียววางทาบลงบนผิวกระจกเย็นชืดช้า ๆ ริมฝีปากระบายยิ้มจาง ๆ
....ตลอดยามที่ได้มีชีวิต รู้ดีว่าอยู่จนถึงขณะนี้ได้ด้วยความทรงจำ...อยากเชื่อ . . เชื่อในชะตากรรมบั้นปลายของชีวิตนี้....ในทุกห้วงเวลา ในทุกช่วงยาม เมื่อถึงที่สุดจุดสิ้นสลาย....ทุกสิ่งดูจะย้อนกลับมาอีกครั้ง ความสุขความหวังฉายชัดเจน....เช่นภาพที่ถูกฉายขึ้นซ้ำเล่า . . . อยากจะฝันถึงเจ้า อยากสัมผัสร่างนั้นอีก แม้เพียงครั้ง ในความฝันนิรันดร์ อยากย้อนทุกสิ่งกลับไปแล้วเริ่มต้นใหม่ในขณะที่มีเจ้าอยู่ในอ้อมแขน . . และเอ่ยเรียกขานนามอันแท้จริง....
อิอิแอบหวานกันแล้ว...แต่มันเหมือนมีอะไรชิมะ 555+
มันก็ยังมีอะไรอยู่นิดหน่อยยยย แต่ว่าอย่างที่บอก ไม่ต้องเตรียมน้ำตามากมาย เอาแค่พอประมาณ!! 555+
สัญญาว่าไม่ทำร้ายอะไรหนักหรอกกกก อิอิอิ
ปล. สปอยล์กันเห็นๆ!!!

(เกี่ยวกันมั้ย)
ไม่เอาเศร้ามากอะดีเเร้ว
เเต่มีเเอบหวานนะ(หรือไม่เเอบ)พี่เบ้อะๆๆๆๆมีจูบด้วย
คนที่จะจับจีเปนปีเตอร์เเพนเเหงมีเวนดี้ด้วย
รอนะคะมาเร็วๆ
กอดไรตเตอร์
#1 By tempglover (1.46.247.223) on 2010-08-02 07:51