[Fic] ......The Fairy tales…..[Ep.4]

posted on 20 Jul 2010 06:22 by mini-gibbon  in Fic-FairyTales

 

 

Title: [Fic] ......The Fairy tales…..

Author: εїзYBGD Endless storyεїз™ 

Genre: YAOI Romance

Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]

Song : Youre my.. - Taeyang

Notes: Thank for all comment na ka!! ^^

 

 

 

 

                หากการก้าวเดิน...เพื่อให้ทุกสิ่งถึงจุดที่เปลี่ยนแปรไปจากเดิม รู้ถึงการล่วงล้ำอาณาเขตเพื่อจุดประกายเปลวไฟให้สิ้นสูญ พร้อมสรรพสิ่งที่ถึงคราวล่มสลาย...แม้จะมีเส้นขอบเขตดินแดน ขวางกั้น....กระนั้น...ดูราวเป็นสิ่งลวงให้มองไม่เห็นในสิ่งนั้น ถึงมองเห็น...รับรู้....ก็เพียงเพิกเฉย ไร้ความใส่ใจ เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เพียงลวง ... เปลี่ยนให้กลับกลาย ...เป็นของตน ให้สมความมุ่งหมาย....รับรู้ถึงการเคลื่อนไหว แม้จะไม่รู้ความเป็นจริงในภายหลัง .....หากในอนาคตอันใกล้นี้ ขอเพียงให้เป็นไปตามความต้องการ ก็คงเพียงพอ.....

 

.......................

 

                เปลือกตาบางกระพริบเปิดช้าๆ เมื่อได้กลิ่นของบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยลอยวนในอากาศ จมูกได้รูปสูดฟูดฟิด รับกลิ่น ก่อนจะค่อยๆ ระลึกได้ช้าๆ ว่าตนเองอยู่ที่ใด ขาเรียวพาร่างตัวเองลงมาจากเตียง ก่อนจะก้าวไปตามเสียงที่ดังก่อกแก่กมาจากในครัว มือเรียวขยี้ตาเล้กน้อย ก่อนจะเห็นว่าอีกคนกำลังก้มๆ เงยๆ ในครัว

 

"ทำอะไรอ่ะ?"  เพราะเสียงถามทำให้คนที่กำลังก้มๆ เงยๆ ในครัวต้องหันมามอง ก่อนจะยิ้มกว้าง

 

"ตื่นแล้วหรอครับ?...ผมเตรียมผลไม้กับสลัดไว้ในตู้เย็นนะครับ น้ำสลัดผมวางไว้ข้างๆ เวลาจะทานก็เอามาผสมได้เลยนะ... เดี๋ยวผมต้องไปมหาลัยก่อน มีอะไรก็โทรไปได้ เบอร์โทรผมวางไว้ข้างๆ โทรศัพท์บ้าน เดี๋ยวตอนเย็นผมเลิกเรียนจะพาไปซื้อพวกข้าวของเครื่องใช้นะครับ" 

 

                คนตัวหนาพูดพลางถอดผ้ากันเปื้อนที่ใส่อยู่ออก จัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย คว้าหนังสือสองสามเล่มที่กองไว้ แล่วหันมายิ้มให้คนที่ยังงงๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยน

 

"ผมไปเรียนก่อนนะ ยังไงอยู่บ้านคนเดียวก็ระวังตัวด้วยนะครับ อย่าออกไปข้างนอก เดี๋ยวตอนเย็นผมจะรีบกลับ"

 

                ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้เอ่ยอะไร ร่างหนาก็เดินเร็วๆ ออกจากห้องไป ทิ้งให้อีกคนยืนคว้าง จียงมองตามแผ่นหลังกว้างอึ้งๆ ก่อนจะขมวดคิ้ว เบ้ปากอย่างขัดใจ

 

"ตกลงข้ามาทำอะไรที่นี่เนี่ย!! บ้าเอ๊ยย งานก้ไม่ใช้ แถมยังมาดูแล บ้าป่าววะ"  เสียงใสบ่นงุ้งงิ้งก่อนจะคลี่ยิ้มเมื่อนึกอะไรได้

 

"อะนะ หมอนั่นเรียนมหาลัยหรอ? มหาลัย เก๊าะแปลว่าที่สอนอะไรเยอะแยะ อืมมมมม ไปเรียนรู้วิถีมนุษย์เสียหน่อยก็คงไม่เสียหายนี่!" หลังจากคำพูดนั้นร่างบาง ก็หายลับไปจากสายตาพร้อมกลุ่มควันจางๆ

 

 

...........................

 

 

                ดวงตาสีรัติกาลของยองเบเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มเมื่อ รับรู้ถึงบางสิ่งที่ส่งมา  ริมฝีปากคลี่ยิ้ม ก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ พลางเอ่ย

 

"ช่างเถอะดาร์ก ข้าก็คิดอยู่ว่าจะให้เจ้าตัวอยู่นิ่งๆ เฉยๆ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เอาเป็นว่าช่วยดูหน่อยก็แล้วกันนะ"

และเหมือนฝั่งนั้นจะบ่นอะไรยองเบจึงหัวเราะเบาๆ

 

"...เอาน่า อย่างน้อยข้าก็เลิกดื้อแล้วนี่ไง!"

 

                เสียงบ่นตามมาอีกไม่นานก็จางหาย ดวงตาเรียวรีจึงเปลี่ยนกลับเป็นสีเดิม พลางตั้งใจขับรถตรงไปยังมหาลัยตามที่คิดไว้ ก่อนจะพูดกับตัวเองเบาๆ

 

"ซนจริงนะ...แฟรรี่น้อยของข้า..."

 

.....................................

 

 

                เสียงจ้อกแจ้กจอแจตามปกติของสถานศึกษาดังขึ้น ร่างหนาของทงยองเบเดินมาจากรถด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนเคย ริมฝีปากยังคลี่ยิ้มและเอ่ยตอบรับคำทักทายของเพื่อนๆในคณะด้วยท่าทางขลาดเขินเช่นเคย แต่หากใครสังเกตุคงจะเห็นดวงตาหลังกรอบแว่นกำลังเต้นระริกด้วยความสนุกสนานมากกว่าทุกวัน ร่างหนาพาตัวเองไปนั่งที่โตีะประจำใต้ต้นไม้ วางสิ่งของที่ถือมาลง ก่อนจะดูนาฬิกาเมื่อเห็นว่า เวลาเข้าเรียนยังเหลืออีกมาก ก็หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดูเป็นการฆ่าเวลา

 

                เวลาผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีก็รับรู้ถึงร่างร่างหนึ่งที่ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม คนที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือจึงเงยหน้าขึ้นมอง และเมื่อเห็นคนตรงหน้าเต็มตา ดวงตาเรียวรก็เบิกกว้าง พลางหันซ้ายหันขวา ราวกับจะมองดูว่ามีใครสนใจเขาทั้งคู่หรือไม่ หากแต่ทุกคนกลับดูเฉยๆ ไม่ได้แปลกใจกับการมาของร่างบางๆ สักนิด มีเพียงคนที่โบกมือทักทาย และร่างบางตรงหน้าก็โบกมือกลับราวกับคุ้นเคย ยองเบที่ยังดูงงๆ เอ่ยถาม

 

"มาได้ไงครับ?" ร่างบางยิ้ม

"ก็มาเรียนสิ!"

"ห๊ะ?" ยิ่งเห็นหน้าเอ๋อๆ ของอีกฝ่าย ร่างบางก็เหมือนจะยิ่งขำ

"นี่ยองเบ...เมื่อคืนอ่านหนังสือเยอะไปหน่อยรึไง เอ่อขนาดลืมเพื่อนลืมฝูง!"

"ห๊าา..เพื่อน?" ยิ่งยองเบเอ๋อเท่าไหร่ คนตรงข้ามยิ่งหัวเราะ ก่อนจะทำหน้าแบบเป็นต่อ เอ่ยยิ้มๆ

"..ยองเบ นี่นายลืมควอนจียงเพื่อนสนิทของนายง่ายๆ แบบนี้ได้ไง!"

"ควอนจียง?...เพื่อน..?"  ร่างหนาทำสีหน้าหลากหลายจนคนมองขำจนแทบจะลงไปกองกับพื้น จนในที่สุดก็เหมือนจะเข้าใจ ยองเบส่ายหน้าน้อยๆ

"คุณนี่ร้ายจริงๆ"

 

                ร่างบางไม่ตอบอะไรเพียงหัวเราะเสียงใส..เสียงหัวเราะที่ทำให้โลกของคนฟังสดใส ดวงตาสีรัตติกาลทอดมองร่างตรงหน้าด้วยความอ่อนโยน...

 

..............................

 

                เสียงคุยและเสียงหัวเราะเสียงดังสนั่นออกมาจากห้องสโลปบรรยายรวมของเหล่านักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ ห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่จุนักศึกษาได้กว่าร้อยคน เต็มไปด้วยนักศึกษาหลายภาควิชามารวมตัวกัน เนื่องจากเป้นการบรรยายวิชาของคณะที่ทุกภาคต้องเรียน ยองเบเดินเข้ามาพร้อมกับร่างบางเรียกความสนใจได้ไม่น้อย แต่ดูเหมือจะไม่มีใครแปลกใจกับการปรากฎตัวของร่างบางข้างๆ ยองเบแม้แต่น้อย จนกระทั่งทั้งคู่ไปทรุดตัวลงที่นั่งประจำของยองเบ

 

                ร่างบางมองซ้ายมองขวาด้วยความสนใจ และก็เป็นยองเบที่จำต้องยกสมุดและปากกาให้คนข้างๆ ที่ดูเหมือนกับว่าไม่ได้เตนียมอะไรมาเลยซักอย่างสำหรับการเรียนในวันนี้ ดวงตาสีชามองสมุดก่อนจะพลิกไปพลิกมาด้วยความสนใจ

 

"นี่นายพกสมุดเปล่าๆ อย่างงี้ไปไหนมาไหนตลอดเลยหรอยองเบ?" ร่างบางหันไปถาม หากคนฟังยักไหล่

"ก็...แค่บางครั้ง" คำตอบทำให้ร่างบางยักไหล่ตามทำให้ยองเบหัวเราะเบาๆ

 

                หากยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมากมายไปกว่านั้น ร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งในไม่กี่คนของคณะที่ยังหลงเหลือความบอบบางก็เดินตรงมาหา

 

"แหม...สองคนนี้สนิทกันจังเลยน๊า" คำทักทายทำให้ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมอง จียงเพียงมองนิ่งด้วยใบหน้าเฉยชา จนหญิงสาวได้แต่ยิ้มแหย ส่วนยองเบคลี่ยิ้มบางพลางเอ่ยถาม

"อืม...มีอะไรรึเปล่ายูริถึงเดินมานี่?"

"ไม่มีอะไรมากหรอก...แค่จะมาถามน่ะ ยองเบงานกลุ่มของนายกับจียงตกลงเสร็จรึยัง ได้เอามาป่ะ พอดีวันนี้อยู่กันครบๆ จะได้ดูแล้วแก้กันไปเลยถ้ามันมีปัญหา"

"อ๋อ ได้สิ นี่ส่วนของฉันกับจียงเอาไปดูก่อนก็ได้ แต่เย็นนี้ฉันไม่ว่างนะ มีธุระนิดหน่อย"

"หรอ?...ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวฉันจัดการให้ก็ได้ นายไปทำธุระของนายก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาดูกันอีกทีก้แล้วกัน"

"อืม ขอบใจนะยูล"

"จ้าไม่เป็นไร"

 

                เจ้าของชื่อจียงในตอนนี้ มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่ชอบใจเท่าไหร่ที่ดูราวกับเขาแปลกแยกออกมาจากทั้งคู่  ไม่ชอบใจเมื่อคนข้างๆ โบกมือให้หญิงสาวที่เดินจากไป และยิ่งไม่ชอบใจใหญ่เมื่ออีกฝ่ายหันมาบอก

 

"เดี๋ยวผมแบ่งหนังสือให้ดูนะครับ แต่วิชายนี้ก็ไม่ค่อยใช้หนังสือเท่าไหร่ ส่วนมากจดในสไลดืมากกว่า คุณอ่านแล้วก็เขียนภาษาพวกนี้ได้ใช่ไหมครับ?" คิ้วเรียวขมวด

"ทำไมนายต้องใช้ภาษาแบบเป็นทางการกับฉัน ทีคนอื่นยังพูดธรรมดา"

"หา?...เอ่อ ก็..ไม่รู้เหมือนกันครับ" ยองเบจนปัญญาจะตอบ ร่างบางจึงตัดสินใจ

"ถ้านายไม่มีเหตุผล งั้นต่อไปนี้นายก็ห้ามใช้ภาษาทางการกับฉัน พูดกับฉันเหมือนพุดกับคนอื่นๆ ทำได้ไหม?"

"อ่ะ..ครับ" เมื่อได้คำตอบที่ถูกใจ ริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้ม

"ดีมาก เข้าใจอะไรง่ายๆ แบบนี้สิ อยู่ด้วยกันได้นาน!"

 

ยองเบได้แต่ส่ายหัวกับคำพูดนั้น หากดวงตาเรียวรียังคงมองรอยยิ้มถูกใจบนริมฝีปากเรียวนั้นไม่วางตา

 

.........................

 

                ครั้งแรกที่ได้พบท่าน ความรู้สึกในยามนั้นคือความชื่นชมในหัวใจเมื่อได้รับรู้ว่ามีวิธีที่จะทำให้ได้เคียงใกล้...ความยินดีก็เปี่ยมท้นในวิญญาณ...เฝ้ารอปรารถนา ให้ช่วงเวลาในกำหนดการ มาถึงในเร็ววัน...หากเป็นไปได้...และเมื่อได้ยิ่งใกล้ชิดยิ่งได้ใกล้...หัวใจข้าก็ยิ่งปรารถนาเพียงแต่ท่าน..แต่สิ่งหนึ่งที่กระทั่งข้ายังมิอาจทราบ...ข้าหวาดกลัวหัวใจของท่าน... หากวันใดที่ท่านรู้สิ่งที่ซ่อนไว้...วันนั้น...หัวใจท่านจะเป็นเช่นไร....จะยิ้มให้ข้าได้เช่นนี้หรือไม่....ไม่รู้เลย....

 

........................

 

 

                หลังจากหมดชั่วโมงเรียนยองเบก็พาร่างบางไปยังห้างใกล้ๆ คอนโด แล้วก็ต้องอมยิ้มน้อยๆ เมื่อคนข้างๆ แม้จะมีสีหน้าสงบเรียบเฉยเหมือนเคย หากแต่ดวงตาสีชากลับมีแววระริกเหมือนคนที่ตื่นเต้น บางทีก้เหม่อมองสิ่งที่น่าสนใจจนยองเบต้องคอยดึแขนไม่ให้ไปชนกับคนอื่นที่เดินสวนมา ก่อนจะตรงไปยังแผนกเสื้อผ้าก่อนเป็นอันดับแรก

   

                ร่างบางออกจะแปลกใจเล้กน้อยที่อีกฝ่ายดุจะไม่ค่อยสนใจจำนวนเงินที่ต้องใช้เสียเท่าไหร่ เรียกว่ารูทบัตรเครดิตโดยแทบจะไม่ดูจำนวนเงินด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่ห้องพักที่อาศัยก็ไม่ได้กว้างขวางมากมาย ดูสมถะเสียด้วยซ้ำ มือหนาหยิบเสื้อผ้าตัวแล้วตัวเล่าส่งให้เขา โดยไม่ลืมของเล้กๆ น้อยๆ เช่นถุงเท้า รองเท้า เข็มขัด ชั้นใน บอกเซอร์ จนบางทีเขาก็ชักเวียนหัวว่าคนเราต้องใช้อะไรมากมายขนาดนี้เลยหรอ? ไม่นานมือทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยถุงหิ้วมากมาย

   

                หลังจากแผนกเสื้อผ้า ยองเบก็หยุดที่หน้าชั้นวางกระเป๋าสตางค์ หันไปถามอีกฝ่าย

 "จียง ใบไหนสวย?"  เจ้าของดวงตาสีชากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะชี้

"ใบนั้น.." ยองเบมองตามก็เห็นเป็นกระเป๋าใบเรียบๆใบหนึ่งหากแต่ก็มีดีไซน์ในตัวก็ยิ้มไม่พูดอะไร ส่งให้พนักงานที่มายืนรอรับ พอได้ของก็หยิบ เงินสดปึกเล็กๆใส่กระเป๋าใบนั้นแล้วส่งให้อีกฝ่าย

"พกไว้นะเผื่ออยากได้อะไร จะได้ซื้อได้เลยไม่ต้องรอ"

"..ฉันว่า ฉันไม่..." จียงพยายามจะบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้อะไรแบบนี้เลยแต่อีกฝ่ายก็ส่ายหน้า บอกเบาๆ

"...เหตุการณ์ข้างหน้ามันคาดเดาไม่ได้ เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ฉันไม่อยากให้นายดูแตกต่าง ไม่อยากให้คนอื่นมาสนใจนายมากเกินไป"  ร่างบางเลยจนปัญญาจะตอบโต้รับกระเป๋าใบนั้นมาโดยดี

 

                ความจริงแล้วสิ่งของพวกนี้จียงอยากจะบอกยองเบเหลือเกินว่าเขาเสกเอาได้ทั้งนั้นแหละ เขาไม่ใช่มนุษย์เสียหน่อย ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อ หากแต่เมื่อเห็นความตั้งใจ และอีกฝ่ายก็พยายามจะทำให้เขารู้สึกไม่แตกต่างมันก็เลยทำให้เขา ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ของยองเบ ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายลากไปตามแผนกต่างๆ  โดยไม่อยากจะบอกเหมือนกันว่า มันก็สนุกดีที่ได้มาเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นแบบนี้...

 

 

                "นี่เบอร์ฉัน แล้วก็เบอร์บ้าน ถ้าจะโทรก็กดโทรได้เลย นายคงเรียนแบบคร่าวๆ มาแล้วลองเอาไปใช้ดูก่อน ถ้ายังไงไม่เข้าใจเดี๋ยวฉันค่อยสอนอีกที"  จียงกำลังตั้งอกตั้งใจฟังอีกฝ่ายสอนวิธีใช้งานมือถือแบบง่ายๆ ให้ในระหว่างรออาหารที่สั่งไป มือหนาจะส่งโทรศัพท์เครื่องพอดีมือให้อีกฝ่ายทดลองใช้อย่างเพลิดเพลิน ดวงตาสีชาดูสนอกสนใจสิ่งของในือไม่น้อย จู่ๆ คนที่นั่งมองเงียบๆ ก็เอ่ยถาม

 

"นี่จียง...อยากเจาะหูไม๊?"

"หา?..เจาะหู?...นั่นมันเรื่องของผู้หญิงไม่ใช่รึไง?" คิ้วเรียวขมวดพลางใช้ความคิดตามที่เคยเรียนมา

"ไม่หรอก สมัยนี้ใครก็เจาะได้ ฉันก็เจาะนี่ไง?"

 

                คนตัวหนาเลือนตัวขึ้นมาให้อีกฝ่ายมองเห็นตุ้มเล็กๆ ที่ใบหู ก่อนจะกลับไปนั่งที่จุดเดิม ดวงตาสีชาเหลือบมองด้วยความสนใจ ก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นผู้ชายหลายคนก็เจาะเช่นกันจึงพยักหน้ารับ...ก็มันน่าสนใจดี...ยองเบยิ้มกว้างก่อนจะเอยต่อ

 

"งั้นเดี๋ยวกลับไปบ้านฉันเจาะให้นะ พอดีฉันมีตุ้มหูอยู่ยังไม่ได้ใช้เลย" จียงมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

"นายทำเป็นหรอ?"

"อืม..ที่หูฉันก็เจาะเอง รับรองไม่เจ็บ."  ร่างบางเลิกคิ้วราวกับจะถามว่าจริงหรอ หากแต่เมื่ออีกฝ่ายยิ้มอย่างมั่นใจเจ้าตัวก็ไหวไหล่

"ตามใจ ยังไงก็ได้ นายเป็นเจ้านายฉันหนิ"  คิ้วหนาขมวดชิดกับคำพูดนั้น ก่อนจะเอ่ยเรียบๆ

"เราเป็นเพื่อนกันนะจียง...เราเป็นเพื่อนกัน ฉันอยากเป็นเพื่อนกับนาย ไม่ได้อยากเป็นเจ้านาย"  ....จียงไม่รู้จะตอบรับคำพูดนั้นยังไงได้แต่นิ่งงัน  ดวงตาสีชาทอประกายบางอย่างที่มีเพียงเจ้าของดวงตานั้นจะเข้าใจ

 

...........................

 

 

                ....บางสิ่งที่ถูกจารึกไว้.......ยึดไว้ซึ่งศักดิ์ศรีภายในก้นบึ้งของหัวใจ หลายครั้งที่อยากจะรับ ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตน.....หากสายเลือด...ศักดิ์ศรี...ความตั้งมั่น.....ก็คัดค้านอยู่ร่ำไป เป็นครั้งแรกที่ไม่อาจมั่นใจ ไม่อยากเชื่อแม้กระทั่งถ้อยคำเพียงคำเดียว.....แต่สุดท้ายแม้ไม่ต้องการยอมรับ.....หากร่างกายยังคงตอบสนอง แม้จะคัดค้าน..... หากถ้อยคำทั้งมวลกลับไม่ได้อย่างใจ โกรธ เกลียด ชิงชัง อาฆาตแค้น ดุจจะเป็นเพียงม่านหมอก .....ที่ไร้ผล ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง เมื่อได้อยู่ต่อหน้าคนผู้นั้น....


 

  

........................

 

 

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เเอร้ๆๆพี่เบ้ผู้เเสนดี

ตกลงเฮียเปนตัว??อะไรค่ะ

จียงน่ารักมากอะเสกให้ตัวเองมาเรียนได้เรย55

สนุกมากค่ะรออ่านนะคะ

#1 By tempglover (115.67.31.197) on 2010-07-20 08:03

ว้าว...มาอัพแล้ว

แบบว่าก็ยังอยากรู้ว่ายองเบเป็นมนุษย์หรือเปล่า?
ย้งคลางแคลงใจอยู่เลย
แต่ว่ายองเบต้องมีความบริสุทธิ์ใจจริงๆแหละ

จียงเราก็ยังน่ารักเหมือนเดิม

แต่ว่าที่บอกว่าแฟรี่ต้องเป็นทาสรับใช้เจ้านาย
แต่ว่าแฟรี่ที่ทนงตนเองอย่างจียง
ก็คงจะควบคุมลำบากสักหน่อย

แต่ยองเบก็ไม่เห็นจะทำตัวเหมือนเป็นเจ้านายจียงเลยอ่ะ
แล้วเรียกจียงมาทำไมหล่ะ?
ยองเบชอบจียงจริงๆเหรอ?

เรื่องนี้มันจะเศร้าไหมนะ?

สนุกมากเลย เรื่องมันดำเนินไปอีกขั้นแล้ว

จะรอตอนต่อไปนะค่ะ..สู้ๆ

#2 By ♥Snow_G♥ on 2010-07-20 14:19

ขอบคุณจ้า

เหอเหอเหอ ยองแบเนียนได้โล่ห์มากอะจ้ะ
รอตอนต่อไป จ้า

ถึงจะรัก แต่ทำแบบนี้ รู้ทีหลังจะเสียใจมากๆๆ เอานะ^^

#3 By catc (125.27.137.135) on 2010-07-20 21:09

มาแล้วววว

อืมมมม พี่เบ้หยิบบล๊อกเซอรืหยิบชั้นในให้คุณนายควอนเนี่ย...รู้ไซร้เขาหรอคะ (โดนตรบกลิ้ง)

ควอนจียงยังซนเหมือนเดิม ร้ายไม่เปลี่ยน~

เรื่องนี้เศร้าแน่เลย


ต้องเตรียมน้ำตาปลอมเอาไว้ก่อนซะแล้น (จขบ.ตรบ)

แต่ก็อย่าทำร้ายคู่นี้จนเกินไปหนาคะ ><

#4 By +::지-드래곤 Number7::+ on 2010-07-20 21:52



ดูเหมือนว่า จะเป็นอะไรที่หวานปนขม


ในความรู้สึกที่หวั่นไหว กลับมีความกังวล และหวาดกลัวอยู่


หากความจริงที่เคลือบแคลงเปิดเผย


ผลลัพธ์นั้นจะเป็นเช่นไรกัน


#5 By natsu (58.10.13.38) on 2010-07-22 21:32

ว้าว
ยองเบพาจียงไปช๊อปปิ้งด้วย
555+
ต้องมีอะไรแน่เลยอ่ะสำหรับ
ตุ้มหูอ่ะ
จะแสดงความเปนเจ้าของหรอ
อิอิ

#6 By mayyong (110.49.61.225) on 2010-07-26 21:10