[YBGD-Fic] ...Destiny...

posted on 01 Apr 2010 06:05 by mini-gibbon  in Fic-Destiny

 

Title: [ Fic ] ......Destiny....

Author: εїзYBGD Endless storyεїз™  [ OR ]   mini-gibbon

Genre: YAOI Romance

Pairing: Youngbae x Jiyong [YBGD]

Song : You and I  - Park Bom

Notes: Plz Comment for improvements and some time for make special idea!! ^^

 

  

[INDEX] Fic-Destiny

      

 

 

คุณว่า....เวลาคนใกล้ตาย....จะนึกถึงอะไร?

 

          ลมเย็นๆ  พัดมาปะทะใบหน้า แรงจนแทบจะทำให้ปลิวลงไปยังจุดที่จากมา แสงไฟจากอาคารที่อยู่อาศัย และตึกสูง มองเห็นเป็นจุดเล็กๆ เหมือนดวงดาวที่ดารดาษเต็มพื้นมืดมิด เหมือนกับท้องฟ้าสีเข้มสวยด้านบน  ร่างบางกางแขนออก ให้ลมได้ปะทะให้มากที่สุด ก่อนจะก้มมองปลายเท้าของตัวเอง.....พื้นที่ที่ยืน ชิดกับความว่างเปล่า  ใกล้....จนสัมผัสได้ ถึงความว่างเปล่า...

 

 

         

อีกก้าวเดียว....แค่ก้าวเดียว....ก้าวเดียวทุกอย่างก็จะจบ....

 

 

          ร่างบางไหวโยกไปตามแรงลม...หากดวงตายังคงว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวให้เห็น ดวงตาสะท้อนแสงไฟ งดงาม เรือนร่างบอบบางน่าถนุถนอม ผิวขาวใส ใสเสียจนกลัวว่าถ้าจับเพียงนิด...จะทำให้เป็นรอย ดวงหน้ากลมแป้น...ไม่ได้หวานละมุนหรือสวยจนทำให้ต้องมอง....หากดวงหน้านั้นกลับดึงดูด...จนไม่กล้า ละสายตา...

 

 

...สวยเนอะ....ข้างล่างนั่น...  เสียงนุ่มจากด้านข้าง ทำให้ต้องหันไปมอง

 

          ดวงตาเรียวสวยหันมามอง...จนได้สบตากับอีกคน ร่างสันทัดไม่สูงนัก หากแต่ก็ดูแกร่ง ไม่บอบบางเหมือนร่างกายตัวเอง ดวงตาเรียวรีที่มองมา เรียวเสียจนดูเหมือนจะหายไปเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มมาให้ อ่อนโยน....รอยยิ้มที่ดูสว่าง...สว่างไสวจนทำให้ตาพร่าเมื่อได้มอง...

 

....แต่มันมืดนะ.... อยากลงไปหรอ? 

 

 เสียงนุ่มถามอีกครั้ง เมื่อเห็นดวงตาสวยคู่นั้นหันมามอง  ยังไม่เสียงตอบออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ หากแต่แค่มอง ก็ทำให้รู้ว่ากำลังฟัง จึงทำให้คนพูดค่อยถือวิสาสะ ปีนขึ้นไปนั่งใกล้ๆ  ไม่ชิดจนเกินไป และไม่ห่างจนทำให้การสนนทนาเป็นไปได้ลำบาก  เท้าทั้งคู่ยื่นลงไปยังความว่างเปล่า ปล่อยตัวตามสบาย เหมือนไม่ยี่ระกับความสูงและ แรงลมที่พร้อมจะกระชากร่างให้ร่วงลงสู่พื้นได้ง่ายๆ  เสียงนุ่มเอ่ยเรื่อยๆ  

 

....ตอนพ่อแม่ฉันเสียใหม่ๆ ฉันก็ชอบมายืนที่นี่นะ เคยคิดจะโดดลงไปด้วย.....แต่กลัวศพไม่สวย  หึหึ.... 

 

          เสียงนุ่มๆ เอ่ยเรื่อยๆ ชวนฟังอย่างน่าปะหลาด และทำให้จิตใจที่ว้าวุ่นสงบลงช้าๆ โดยไม่รู้ตัว คนที่ยืนอยู่ ค่อยทรุดตัวลงนั่งในท่าเดียวกันกับอีกคน ถามเบาๆ

 

.....พ่อแม่นายตายแล้วหรอ?..  

....อืม.....แต่เรื่องมันนานแล้วล่ะ...

 

 

........ 

 

 

คนที่ถามในตอนแรกเงียบไป  อีกคนก็ไม่ได้เซ้าซี้  เพียงแค่นั่งเคียงข้างกัน ปล่อยเวลาให้ผ่านไป ... และเมื่อสีเข้มของท้องฟ้าเริ่มจางลง คนที่นั่งเงียบๆ จึงค่อยเอ่ย

 

 

......พ่อแม่ฉันเพิ่งตายเมื่อปีก่อน......ลุงฉันเอาทุกอย่างไป.....ฉันเลยไม่เหลืออะไร....ไม่มีอะไรเลย.... 

 

 

          ดวงตาเรียวเล็กเหลือบมอง เห็นใบหน้ากลมแหงนเงย น้ำตาที่รินจากหางตา เป็นประกายในความมืด งดงาม จนไม่อาจละสายตา...

 

...พ่อแม่ฉันเสีย เมื่อหลายปีก่อน ทุกอย่างเลยตกมาเป็นของฉันกับพี่.....แต่ฉันบริหารไม่เป็น ดูแลอะไรไม่ได้ ... ฉันรักดนตรี และไม่อยากทิ้งมันไป .....ฉันเลยยกให้พี่ชายฉันหมดเลย...เก็บไว้ก็ไม่ได้ทำให้ฉันมีความสุข .... ฉันเลือกที่จะมีความสุขมากกว่า...

 

 

          คนพูดพูดไปยิ้มไปอย่างอ่อนโยน เสียงนุ่มรื่นหูทำให้ใจสงบ ชะตาไม่แตกต่างกันนัก ทำให้รู้สึกอบอุ่น...ไม่โดดเดี่ยวเหมือนที่เคย

 

....แล้วพี่นายเค้าไม่สนใจนายเลยหรอ?...  ดวงตาเรียวยิ่งหายไปมากขึ้น เมื่อเจ้าตัวหัวเราะเบาๆ

 

...ก็ไม่เชิงหรอก....เจ้านั่นน่ะบ้างาน ไม่ค่อยมีเวลาดูแลฉันหรอก แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังอุตส่าห์หาเวลาให้ฉันไปกินข้าวด้วยบ่อยๆ พยายามหาทางให้ฉันกลับบ้านอยู่เรื่อย.... แต่ฉันชอบอิสระ  ชอบชีวิตตอนนี้แล้ว....  

 

 

          ฝ่ายที่ฟังหันมามองดวงหน้าคนพูดที่ยังส่งยิ้มให้อ่อนโยน ก่อนจะหันกลับไปมองท้องฟ้า ที่จางลงเรื่อยๆ อีกครั้ง ทำให้คนที่มอง.....หันกลับไปมองตาม

 

....ถ้าฉันโดดลงไป....นายจะห้ามไหม?.... พูดโดยที่ไม่มองหน้าคนฟัง

 

...ไม่....ฉันเคารพการตัดสินใจของคนอื่นเสมอ...เพราะฉันถือว่าถ้าใครตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องรับผลที่ที่ตัดสินใจไปเอง...ฉันจะไม่ก้าวก่าย...  คนตอบก็ไม่หันไปมองคนถามเช่นกัน หากแต่ดวงหน้ายังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยน 

 

....แล้วนายทำไมถึงมาทักฉัน....

..เพราะฉันไม่อยากให้นายโดดลงไป...

ไหนบอกจะไม่ห้าม?...   น้ำเสียงที่ใช้ถามคำให้คนฟังหัวเราะเบาๆ ในลำคออีกครั้ง

 

...ฉันก็ไม่ได้ห้ามนี่....แค่ไม่อยากให้โดด แต่ถ้านายจะโดดจริงๆ ฉันก็จะไม่ห้าม...

 

เสียงพูดหนักแน่น และแววตาจริงจัง ทำให้คนมองค่อยส่งยิ้มให้ รอยยิ้มที่ทำให้อีกคนนิ่งงัน แม้รอยยิ้มนั้นมันจะแฝงไปด้วยความเศร้าก็ตาม

 

...ขอบใจนะ....แต่ฉันคงต้องไปแล้ว....  คิ้วหนาเลิกขึ้น ถาม

...ไปไหน?....   คนฟังหัวเราะ

....ไม่ได้โดดหรอกน่า....แค่คงต้องกลับแล้ว....   น้ำเสียง...เศร้าจนน่าใจหาย

 

          ภาพในสายตาของคนมอง คือ ร่างบางๆ ที่โน้มตัวลงมองข้างล่าง สองแขนเท้าไว้ข้างตัว โดยมีฉากหลังเป็นทองฟ้าที่เริ่มมีแสงสีทองเริ่มจับตรงขอบฟ้าเรื่อเรือง ส่งให้คนข้างๆ ในขณะนี้ ...งดงาม เกินกว่าใคร  มือหนาเลื่อนขึ้นไปจับปอยผมที่ระใบหน้าทัดหูให้เบาๆ ก่อนไล้ปลายนิ้วที่แก้มใส...

 

....มาอยู่กับฉันไหม?....  คำถามง่ายๆ กลับทำให้คนฟังเงยหน้าขึ้นมอง แววตาฉายแววไม่เข้าใจแจ่มชัด หากแต่ก็ไม่ได้หลบปลายนิ้วที่ไล้ข้างแก้ม ดวงตาที่มองตรงมาแน่วแน่ จริงจัง น้ำเสียงนุ่มเจือแววอ่อนโยนที่ทำให้ใจสงบ ค่อยเอ่ยแผ่วเบา

 

...ฉันไม่มีใคร....นายเอง...ก็ไม่เหลือใคร จะแปลกอะไรถ้าจะอยู่ด้วยกัน..

 

          คำตอบที่มาโดยไม่ได้ถาม ยิ่งทำให้นิ่งงัน ใครคนหนึ่งที่บังเอิญเจอ...ในช่วงเวลาแสงแห่งชีวิตดูริบหรี่... แค่ใครคนนั้นเอื้อมมือเข้ามา....แค่มองตา โดยไม่จำเป็นต้องถาม ก็เข้าใจไปทุกสิ่ง ...เหมือนจะทำให้แสงริบหรี่ ลุกโชน...หัวใจที่โดดเดี่ยวเหน็บหนาว...อุ่นขึ้นช้าๆ

 

...จียง.......ฉันชื่อ ควอนจียง... 

 

รอยยิ้มอ่อนโยนที่ชอบหนักหนา ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากหยักหนาของคนข้างๆ มือหนาเอื้อมมากุมมือที่เย็นเฉียบไว้ เอ่ยตอบรับคำพูดนั้น

 

...ทงยองเบ....ฉันชื่อ...ทงยองเบ

 

 

          แสงอาทิตย์เริ่มจับขอบฟ้า ย้อมสีสันให้สรรสิ่งเด่นชัด ไม่มืดมัว ความอบอุ่นจากแสงตะวัน ค่อยทาบทับทั่วแผ่นดิน  เป็นสัญญาณของวันใหม่ และ...การเริ่มต้น สองร่างที่นั่งอยู่บนขอบปูนบนตึกสูงกุมมือกันไว้หลวมๆ ถ่ายทอดความอบอุ่นให้กันเงียบๆ

 

 

.....เช้าที่แสนธรรมดาปลายฤดูหนาวของใครหลายคน...

.....กลับกลายเป็นการเริ่มต้นที่แสนพิเศษของคนสองคน....

 

 

 

 

          ห้องชุดขนาดใหญ่....กินเนื้อที่เกือบทั้งชั้นของตึก ตั้งอยู่ภายในตัวตึกที่เขาทั้งคู่ไปนั่งอยู่บนดาดฟ้า...โดยที่ด้านที่หันสู่ตัวเมืองถูกล้อมด้วยกระจก ทำให้สามารถมองเห็นแสงไฟยามราตรีที่ฉาดฉายอยู่ร่ำไปเบื้องล่าง ห้องพร้อมอุปกรณ์เครื่องครัวเครื่องเรือนเครื่องใช้ครบครัน ถูกจัดแต่งอย่างมีสไตล์...... ไม่มีกำแพงทึบแต่ใช้ผนังโปร่ง ฉาก ชั้น แยกกั้นเนื้อที่ใช้สอยไว้เป็นส่วนๆ อย่างชาญฉลาด สีห้องสว่างตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีดำ ดูทันสมัยและเรียบง่าย พื้นที่หนึ่งในสามส่วนของห้องถูกแบ่งโดยกระจกใสมองเห็นข้างใน เป็นห้องกว้างที่ด้านหนึ่งติดกระจกเงาขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ผนังด้านนั้น ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆ นอกจากเครื่องเสียงขนาดใหญ่

 

ห้องซ้อมเต้นน่ะ....ฉันเปิดโรงเรียนสอนเต้น กับรับจ้างเต้นแบ็คอัพ  เสียงนุ่มของคนที่เดิมตามมาข้างหลังเอ่ยบอกโดยไม่ต้องให้ถาม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูสนอกสนใจห้องนั้น ก่อนจะก้าวนำไปอีกทาง มือหนาหยิบของในตู้เสื้อผ้า แล้วยัดลงบนมือของอีกคน ชี้ไปทาง ประตูอีกบานในส่วนที่กั้นเป็นห้องนอน

 

ไปอาบน้ำสิ ห้องน้ำอยู่ด้านนั้น แล้วก็ใส่นี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวตื่นมาค่อยไปซื้อใหม่กัน  คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย

 

...ฉันกลับไปเอาของฉันมาก็ได้.... คนฟังยิ้มให้อ่อนโยน ก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้เบาๆ ที่แก้มนุ่มอีกครั้ง บ่งบอกให้รู้ว่าชอบการกระทำแบบนี้ของตัวเองขนาดไหน

 

....ถ้านายอยากจะลืม....ก็ลืมมันซะให้หมดทุกอย่าง....ทิ้งมันไป....จากนี้จำไว้แค่ว่า...นายคือจียง....จียงของฉัน...เท่านั้นก็พอ....

 


 

          ดวงตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา ทำให้อีกฝ่ายต้องค่อยๆ เกลี่ยทิ้งให้อ่อนโยน และรั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด ฝ่ามืออุ่นที่ลูบศีรษะและแผ่นหลังปลอบประโลมนั้นอ่อนโยน วงแขนเรียวอ้อมโอบเอวหนากระชับ….

 

 

….จียงของฉัน....

 

 

คำพูดที่บอกให้รู้ว่าต้องการเขา....นอกจากพ่อแม่แล้วก็ไม่มีใครพูดอย่างนี้กับเขาสักคน... ไม่มีใครเลยนอกจากยองเบ ไม่มีใครที่เห็นว่าเขาสำคัญ... เขาเป็นเพียงแค่ตัวน่ารำคาญในสายตาญาติๆ เมื่อสิ่งที่เรียกว่าทรัพย์สินของพ่อแม่เขาถูกถ่ายโอนไปอยู่ในกำมือของคนเป็นลุง พี่ชายแท้ๆ ของพ่อไปแล้ว....ร่างบางซุกซบไปที่ไหล่หนา.....รับรู้ว่าสถานที่ที่เขาจะอยู่ได้อย่างสบายใจนั้น มีเพียงที่นี่ ตรงนี้ ในอ้อมกอดแข็งแรงของผู้ชายคนนี้เท่านั้น เขาไม่รู้หรอกว่าทำไมยองเบถึงให้เขามาอยู่ด้วย....ไม่สนใจหรอกว่ายองเบจะให้อยู่ในฐานะอะไร ขอแค่ตอนนี้ เวลานี้ยองเบต้องการเขา เท่านั้นก็พอ.....

 

 

....ฉันคือจียง....จียงของนายคนเดียว....แทยัง (พระอาทิตย์) ของฉัน....

 

 

         

 

 

 

          เมื่ออาบน้ำเรียบร้อยแล้วเปิดประตูออกมาก็เห็นอีกฝ่ายยืนเช็ดผมสั้นๆ ของตัวเองแรงๆ ร่างหนาอยู่ในชุดใหม่ กางเกงขายาวและเสื้อกล้าม บอกให้รู้ว่าคงอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว คิ้วหนาขมวดมีล่องรอยกังวลอยู่ในสีหน้า  จนเขาเดินไปใกล้จึงเงยหน้าขึ้นมอง

 

..เอ้อ จียง.....คือ ตอนนี้มันมีเตียงเดียว อีกห้องฉันไม่ได้ซื้อเตียงไว้ มีแค่ที่นอนให้พวกที่มาซ้อมเต้นนอนอ่ะ คืนนี้นายคงต้องนอนกับฉันไปก่อน...เดี๋ยวบ่ายๆตื่น ค่อยไปซื้อเตียงใหม่ ได้ไหม?

 

          คำพูดมีแววเสียใจ แววตาก็ขอร้องอยู่ในที ทำให้คนที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำส่ายหน้าแรงๆ

 

...ไม่เป็นไร....ฉันนอนกับนายตลอดเลยก็ได้ ถ้านายไม่รังเกียจ.... 

 

ไม่รังเกียจสักนิดเลย คำพูดดีอกดีใจ และรอยยิ้มกว้างจนตาหาย ทำให้คนมองยิ้มตาม ...ไม่ว่าจะเป็นอะไร แค่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ แค่ไหน ที่ทำให้ยองเบดีใจ จียงจะทำให้ทุกอย่าง...

 

 

 

          แม้ข้างนอกจะสว่าง แต่เมื่อปิดม่านและปิดไป ข้างในก็มืด....พอที่จะทำให้หลับได้ จียงหลับตาลง โดยที่ยองเบค่อยๆ รวบตัวร่างบางใต้ผ้าห่มไว้ในอ้อมกอด ความรู้สึกสบายใจแผ่ออกจากภายใน จนจียงยิ้มออกมาโดยไม่่รู้ตัว

 

 

     

      วันๆ นี้ที่เมื่อไม่กี่ขั่วโมงที่ผ่านมาเป็นวันที่รู้สึกแย่ที่สุดในชีวิต เพียงไม่กี่ขั่วโมงต่อกลับกลายเป็นวันที่ดีทีุ่สุดในชีวิต มันไม่มีเหตุผล ก็แค่ความรู้สึกหนึงที่ออกมาจากภายในจิตใจ ทั้งคู่หลับใหลภายในอ้อมกอดของกันและกัน ค่ำคืนนี้ขอมีคนๆนี้อยู่เคียงข้าง สบายใจยามอุ่นใจ เมื่อรู้ว่ามีอีกฝ่ายในอ้อมกอด เท่านั้นก็พอ….

 

 

 

 

 

…TBC….

 

[INDEX] Fic-Destiny

 

writer talk

 

เป็นหนึ่งงานที่ไม่อยากจะทำ....แต่อดไม่ได้ 5555+

 

เป็นกำลังใจให้เราหน่อยละกันนะ ช่วงนี้รู้สึกเรทติ้งตกนิดหน่อย 555 +

 

เรื่องนี้ดูท่าว่าจะยาวแหละ...แต่ไม่รู้จะยาวแค่ไหน แต่คงไม่หักมุมจบดื้อๆ แน่ เพราะหลงรักตัวละครในเรื่องเข้าเต็มเปา!!

 

ฝากติชมและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ^^

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านเรื่องนี้เเล้วรู้สึกถึงความอบอุ่นของเบ้เพิ่มขึ้นอีกมากกกกกกกกกกกกกกก
เป็นผู้ชายที่แบบแค่การกระทำก็พออ่ะ
ไม่ต้องอาศัยคำพูด
อยู่ด้วยแล้วสบายใจ

ขอบคุณนะคะ

#1 By chaky (222.123.15.217) on 2010-04-01 08:16

แอร๊ยอ่ะค่ะแอร๊ย

แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เป็นกำลังใจให้เต็มที่ีมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ชอบมว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

พี่เบ้โคดเท่ เอ้ เอ้ เอ้ เอ้ เอ้ เอ้

จียงก็โคดโดน โอน โอน โอน โอน

ห้ามเลิกอัพน้า อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า

(พอ)

โฆษณาเขาว่าเกิดเป็นผู้หญิง อย่าหยุดสวย

รีดเดอรฺ์คนนี้ก็ว่าบ้าง เกิดเป็นไรเตอร์ อย่าหยุดอัพ

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#2 By Wallabiezzz (115.67.244.84) on 2010-04-01 13:07

ฟิคยาวมาแล้ว~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

อบอุ๊น อบอุ่น พ่อตะวันช่างอบอุ่นอะไรเยี่ยงนี้

อยากอ่านต่อแล้วอ่ะพี่มิ้งค์ >3<

สนุกอีกแน่ๆเลย

#3 By numayjaa (58.64.92.233) on 2010-04-01 13:15



เพราะรอยยิ้มของยองเบ

เป็นเหมือนพระอาทิตย์ที่ฉายแสงอบอุ่นในช่วงเช้า

ไม่ร้อนจนแสบผิด และไม่ทำให้หนาวเหน็บ

.......

และเพราะรอยยิ้มของยองเบ

มีให้กับทุก ๆ คน

แต่ไม่เคยมีใคร ที่ได้รับรอยยิ้มเหมือนที่จียงได้รับเลยซักคน

ความพิเศษนั้น มันแตกต่างกันเพราะอะไรนะ ..

เพราะหัวใจหรือเปล่า ^^

........



ps. ดีใจที่เห็นคำว่า TBC ไม่ใช่ END ... เพราะรู้สึกว่า ยังอยากอ่านต่ออยู่เลย


#4 By natsu (58.10.9.141) on 2010-04-04 09:31

อุกี๊สสสสสสสสสสสสสสส
แบบ...เขิล>//<
เขิลมากกกกกก
อิจี้ใจง่าย เบ้ชวนหน่อยเดียวไปกะเค้าซะล่ะ
5555555555

ชอบอ้า ><
รักไรทเตอร์
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#5 By ปุก้า (58.9.108.205) on 2010-05-07 22:46

ชอบมากเลย
อ่านแล้วรู้สึกถึงความอบอุ่น
ทั้งแทยังและจียง
เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วทำให้โลกสดใส
แล้วก้ออบอุ่นมากเลย

#6 By mayyong (119.31.54.31) on 2010-05-12 10:22

เมื่อดวงอาทิตย์ฉายแสง...

หัวใจที่อ่อนแอ...ก็พลันเข้มเข็ง
ร่างกายที่อ่อนล้า...ก็เปี่ยมด้วยพลัง

พร้อมจะก้าวเดินต่อไปในวันข้างหน้า...


ดวงอาทิตย์ของฉัน...

#7 By PrinZ (101.108.40.141) on 2012-04-01 02:35