Nervousness.

posted on 26 Dec 2011 16:45 by mini-gibbon  in ONE-SHOT

 

Nervousness.

 

 

"ว่าไง หมวย!"

"หมวยพ่องดิ"


             สิ้นคำด่าแทนที่คนฟังจะสลด กลับกลายเป็นเสียงหัวเราะชอบใจแทน จียงได้แต่จิกสายตาใส่ซึงฮยอนเจ้าของปากหมาๆ ที่เอ่ยแซว แต่ที่ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่ากลับเป็นใครอีกคนที่ อยู่ใกล้ๆ กัน ใครคนนั้นที่ยังคงอ่านหนังสือเล่มโปรดเหมือนไม่ใส่ใจ  แต่กลับมีรอยยิ้มบางๆ แตะแต้มที่ริมฝีปาก พร้อมด้วยแววตาที่เขาอ่านไม่ออก และทำตัวไม่ถูก ยามที่จู่ๆ สายตาคู่นั้นก็แลสบมาไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

 


....หงุดหงิด....หงุดหงิดชะมัด!....

 

          'โครม!!' เสียงโยนเป้ลงบนโต๊ะดังสนั่นไม่เข้ากับรูปร่างบางๆ ของเจ้าตัวแม้แต่น้อย ทำให้ทุกคนต้องหันมามอง หากเจ้าตัวเพียงพ่นลมหายใจออกจากจมูกอย่างหงุดหงิด

"เป็นไรวะ จียง โดนซึงฮยอนแซวมาอีกแล้วอ่ะดิ"

"เออดิ หงุดหงิดชะมัด ไอ้บ้านั่นไม่เบื่อบ้างรึไง สงสัยแมร่งโรคจิต ชอบโดนด่า!"

"ก็แกมันขึ้นง่ายแบบนี้แหละ ไอ้พวกนั้นเลยได้ใจอ่ะดิ วันหลังก็อย่าไปต่อปากต่อคำมันดิ จะได้เลิก"

"เหอะ! ก็มันอดไม่ไหวนี่หว่า เป็นแกแกจะชอบรึไงแดซอง โดนแซวว่าเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ ใครเฉยได้วะ!"

"55+ แสดงว่ามันคงแซวถูกจุดแล้วล่ะ งั้นก็อดทนไป!"

"ไอ้บ้า!"

 

                เจ้าเพื่อนตาตี่ทำหน้าทะเล้น แล้วจากไป แถมยังหัวเราะลั่นตอนโดนเค้าปาด้วยก้อนกระดาษขยำ จียงได้แต่ส่ายหัวกับความทะเล้นนั้น ความจริงแล้วจียงก็รู้ตัวดีว่าเจ้าตัวไม่ได้หน้าหวาน หรือดู "หมวย" อย่างที่ซึงฮยอนมันแซวหรอก อาจจะเป็นเพราะโรงเรียนนี้มันเป็นโรงเรียนชายล้วน และหน้าเกลี้ยงๆ กลมๆ ตาตี่ๆ ของเค้ามันไม่ได้ดูถึก บึกบึนเหมือนคนอื่นๆ ในโรงเรียนก็เท่านั้น แต่ที่ทำให้ซึงฮยอนมันแซวไม่หยุดก็อาจจะจริงอย่างที่แดซองบอก ที่ว่าเค้าแซวขึ้น แซวแล้วมีปฏิกริยาตอบกลับนั่นแหละ เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงหน้าขาวจัดของใครบางคนกลับลอยเข้ามาทำให้ความคิดสะดุด....

 

'บ้าไปแล้วควอนจียง!'

 

             เจ้าตัวยกมือขึ้นโบกไปมาในอากาศ ราวกับจะไล่บางสิ่งบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก ว่า ไล่เพราะหงุดหงิด หรือเพราะอะไรกันแน่....

 


.................................

 

              พักกลางวันก็ยังคงเป็นเหมือนเคย เสียงจ้อกแจ้กจอแจ และความวุ่นวายยังคงมีให้เห็น จียงกับแดซองวางเป้ลงอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นโต๊ะว่าง ก่อนจะวิ่งออกไปซื้อของกินที่ต้องการ และเมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะ เสียงกวนประสาทที่คุ้นชินก็ดังขึ้นพร้อมด้วยขวดน้ำอัดลม ยี่ห้อที่เค้าชอบวางลงที่โต๊ะ 

"หมวย น้ำจ่ะ กินข้าวดีๆ นะจ๊ะ"

"เสือก!"

 

             คนที่โดนด่าหัวเราะชอบใจแล้วเดินจากไป มือบางคว้าเอาขวดน้ำอัดลมขึ้นมาเปิดก่อนจะยกขึ้นดื่ม แดซองได้แต่ส่ายหน้า

"ปากด่า แต่ก็กินเนอะ คนเรา" ดวงตาเรียวๆ มองกวนๆ ก่อนจะยักไหล่

"แล้วไง ของฟรี ใครจะไม่กิน?"

"ครับๆ ตามสบายเลยครับคุณเพื่อน"

              แดซองก้มหน้าก้มตากินข้าวไปแล้ว หากดวงตาเรียวกับกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะไปสะดุดกับคนตัวขาวจัดที่ยังคงถือหนังสือในมือ และไม่ทันได้เตรียมใจเมื่อจู่ๆ ใครคนนั้นลดหนังสือในมือลง และมองกลับมาราวกับรู้ว่าถูกมอง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นทอประกายบางอย่างจนจียงไม่กล้าสบสายตา ได้แต่เสทำเป็นมองอย่างอื่น และรีบก้มนน้าก้มตากินข้าว ราวกับหิวโซ แม้จะรู้ดีกว่า ข้างแก้ม ...กำลังร้อนเห่อขึ้นมา....

 

 

....หงุดหงิด...หงุดหงิดจริงๆ ....

 

.......................................

 

          ร่างเพรียววิ่งเหยาะๆ มาตามทางเดินไปยังอ่างล้างหน้า เพื่อล้างเหงื่อไคลบางส่วน หลังจากชั่วโมงพละที่แสนหฤโหด น้ำเย็นๆ ช่วยดับอาการเหนื่อยล้า เรียกความสดชื่น แถมยังล้างกลิ่นเหงื่อให้ได้ดี จนเจ้าตัวพอจะยิ้มออกได้บ้าง มือเรียวคว้าผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดหน้าและผมแรงๆ ก่อนจะหมุนตัวเพื่อกลับไปยังทางเดิม แต่ต้องชะงักเมื่อ เห็นรุ่นพี่ 3-4 คนเดินตรงมา ร่างเพรียวโค้งทำความเคารพ ก่อนจะเลี่ยงออกไป

"หมวย  จะรีบไปไหนล่ะจ๊ะ"

          ร่างบางชะงักเพียงนิด ก่อนจะเดินต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไร แต่กลับต้องหยุดเมื่อ รุ่นพี่หนึ่งในนั้น เดินมาขวางหน้า

"จะไปไหน รุ่นพี่เรียกไม่ได้ยินรึไง?"  สายตาที่มองมาทำเอามือเรียวกำแน่น ก่อนจะตอบเรียบๆ
"ผมไม่ได้ชื่อหมวย ขอตัวก่อนครับ ผมมีเรียนคาบต่อไป"
"อะไร ทำเย็นชากับรุ่นพี่หรอ? หืม ทีไอ้หล่อซึงฮยอนเรียกยังต่อปากต่อคำอยู่เลย..หรือว่าพวกพี่หล่อไม่พอ หมวยเลยไม่ลดตัวลงมาพูดด้วยจ้ะ" เสียงหัวเราะดังเมื่อจบคำนั้น มือเรียวกำแน่นกว่าเก่า
"...ขอตัวก่อนครับ ผมต้องไปแล้ว" จียงพยายามก้าวออกไปเพราะรู้ดีว่า หากเขาต้องทนฟังมากกว่านี้ คงไม่พ้นต้องมีเรื่องแน่นอน หากแต่เหมือนว่า รุ่นพี่พวกนั้นจะไม่เห็นด้วยกับเขาสักเท่าไหร่ มือหนาของนึ่งในนั้นจึงคว้าไหล่จียงไว้ พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ความอดทนของจียงสิ้นสุด

 

"จะรีบไปไหนล่ะ ห้องเรียนไม่หายหรอก อยู่เล่นกับพี่ก่อนสิจ๊ะหมวย...โอ๊ย!..."

 

              ร่างบางได้แต่อึ้งค้าง เมื่อก่อนที่หมัดเขาจะกระแทกหน้าไอ้พวกนั้นอย่างที่หวัง กลับมีคนตัดหน้าประเคนหมัด และเท้า ก่อนที่คนอื่นๆจะรู้ตัว จนลงไปนั่งจุกอยู่บนพื้นก่อนเขาเสียแล้ว   ร่างขาวจัด ผมตั้ง และมือที่เคยถือหนังสืออยู่เสมอ ประเคนลงบนหน้ารุ่นพี่พวกนั้นไม่ยั้ง ดวงหน้าคมคายนิ่งสนิท ไม่เอ่ยคำใดซักคำ ซัดเอาๆ จนพวกรุ่นพี่ต้องวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงคนที่ยังคงจุกลุกไม่ขึ้นไว้ ให้เจ้าของหมัดเมื่อซักครู่คว้าคอขึ้นมาได้

 

"...คราวหน้า....ถ้ามายุ่งกับเขาอีก....ชั้นจะไม่หยุดเท่านี้...ถ้าไม่เชื่อจะลองดูก็ได้.."

 

                เสียงนั้นเรียบนิ่ง เฉยชา ต่างจากแววตาที่วาวโรจน์ ราวกับมีไฟสุมอยู่ในนั้น มือหนาคลายออกปล่อยให้รุ่นพี่คลานหนีไปได้ ก่อนจะหันมามองจียง จนแน่ใจว่าไม่เป็นอะไรก็หมุนตัว คว้าเอาข้าวของที่กองทิ้งไว้ แล้วเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

"เฮ้ย! นี่  เดี๋ยวดิ! ยองเบ! " เจ้าของชื่อชะงัก เปิดโอกาสให้อีกคนคว้าข้อมือไว้ได้

"นี่! ไม่คิดจะพูดอะไรสักคำรึไง?"

"...ก็....นาย.....ไม่เป็นไรไร...ใช่ไหม?" ถ้าตาไม่ฝาด เขาเห็นดวงหน้าคมที่มองไปทางอื่น...กำลังเปลี่ยนสี จียงยิ้มกว้าง ก่อนจะตอบ

"อืม....ไม่เป็นอะไร...ขอบใจมากนะ"  คนตัวขาวพยักหน้าเร็วๆ เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าจียงอีครั้ง มือเรียวยังคงกำข้อมือคนตรงหน้าแน่น ก่อนจะก้าวรุกไล่ไปยืนต่อหน้า จนแผ่นหลังกว้างของอีกคนติดกำแพงตึก ไม่มีที่ให้ถอยอีก พลาง เอ่ยถาม

 

"...นายไม่มีอะไรจะพูดอีกรึไง?..หืม...ไม่คิดจะพูดจริงๆ รึไง" เสียงใสหัวเราะแผ่วๆ กับอาการนิ่งงัน และดวงตาเรียวรีที่เบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึง

 

             ...จียงไม่ใช่คนโง่...ที่จะไม่รู้ถึงสายตาคู่นั้น...แต่ที่ทำให้หงุดหงิดก็คงไม่พ้นเรื่องที่ว่า...มันไม่ชัดเจนซักที ..ทำไมจะไม่รู้ว่า.ที่โดนแซวน่ะเพราะใคร...น้ำที่ไม่เคยต้องซื้อทุกกลางวันนั่นใครเป็นเจ้าของ...จียงรู้...รู้ว่าคนตรงหน้าคิดยังไง...แต่ที่ไม่รู้ก็เพียง...ทำไมอีกฝ่ายไม่พูดออกมาซักที... คนรอมันหงุดหงิดเป็นเหมือนกันนะเว้ย!...จนกระทั่งเห็น...หน้าแดงๆ ...และอาการพูดจาติดขัดของคนตรงหน้านี่แหละ ที่ทำให้รู้ว่า...ที่ปล่อยให้เขารอตลอดมานั่นเพราะอะไร...

 

"...นายจะให้ฉันรอไปอีกนานแค่ไหนหืม ยองเบ?" 

 

 เพราะเห็นดวงหน้าขาวนั้น ขึ้นสี และใบหูที่แดงก่ำ จึงไม่ทันได้ระวังเมื่ออีกฝ่ายพลิกกลับ ให้เขาไปยืนแทนที่ จียงมองคนตรงหน้าอย่างตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง เมื่อปลายนิ้วหนาเกลี่ยเบาๆ ที่ข้างแก้ม พร้อมด้วยเสียงกระซิบชิดริมฝีปาก

 


"...แล้ว...นายไม่รู้หรือ...จียง...ไม่รู้เลยจริงๆ หรือ..." 

 


       แขนเรียวคล้องไปที่ลำคอคนตรงหน้ากระซิบตอบกลับ..ก่อนที่สรรพเสียงทั้งหมดจะเงียบไป...มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้น...เป็นจังหวะเดียวกัน....

 

 

"...รู้สิยองเบ....ฉันรู้....."

 


....................................


....END...

 


แหม!  ไม่ได้แต่งนาน ฝืดๆ นิดหน่อยอ่า~~ ทนๆ อ่านเอาหน่อยนะตะเอง^^

รักนะคะ ผู้ที่ยังคงแวะเวียนมาอ่านทุกท่าน!